Idol Tag
posted on 03 Dec 2007 17:36 by thunska2
โดนไอดอลแถก แถก แถก จากแซนดี้ ฮุ ฮุ
อันที่จริงก็อยากโดนแท็ก เพราะไม่โดนมานานแร้ว แล้วช่วงนี้ก็นึกเรื่องอื่นให้เขียนไม่ค่อยออกด้วยสิ
โฮะ ๆ แต่ไอดอลเรามันเกิน 5 ง่ะ จะตัดอันไหนทิ้งก็เสียดาย แล้วก็ตัดออกไปเยอะแล้วด้วย แปดอันนี้เลยตัดไม่ได้เรยเจง ๆ
1. Jack Skellington
The Nightmare Before Christmas (1993)
เหตุผลของการชอบแจ็ค เป็นคนละเหตุผลกับที่แซนดี้ชอบแซลลี่แน่นอน ตอนนี้มีที่ห้อยกระเป๋า เป็นรูปแจ็ค เจอมาตอนไปสิงคโปร์ครั้งล่าสุด(เพื่อจะพบว่าเมืองไทยก็มี แถมถูกกว่าด้วยฮี่ ฮี่ เซ็ง)
แจ็คเป็นตัวละครที่มีอุดมการณ์สูงส่ง แต่สิ่งที่เป็นอุดมการณ์ของมัน มันช่างงี่เง่าเสียจริง ๆ
แจ็คเป็นคิงส์ในเมืองฮัลโลวีน ที่อยากไปเป็นซานต้าในเมืองคริสต์มาส
พล็อตแสนเศร้า งี่เง่า และเป็นจริงเอามาก ๆ
การพยายามเป็นคนอื่น เพื่อที่จะพบว่า โลกที่เราเคยอยู่มันเหมาะสมที่สุดแล้ว
เจ็บปวด แสบสันต์ สุขสันต์ หฤหรรษ์
บ่อยครั้งที่เรามักจะถามตัวเองอยู่เสมอ ว่าสิ่งที่ทำอยู่นี่ มันบ้าเกินคนปรกติจะรับไหวไหมหว่า
บางครั้งถึงขั้นถามหาว่าจะมีใครเข้าใจไหม แล้วก็ดุ่ม ๆ ทำมันไป เพื่อจะพบว่า
ไม่ควรเริ่มเลย.........
2.Oki hiroyuki
คนทำหนังที่อายุปาเข้าไปสี่สิบกว่า แต่ทำหนังไปมากกว่าห้าสิบห้าเรื่อง แต่หนังของเขาหาดูยากมาก ๆ
ไม่มีที่ไหนรวบรวม ไม่มีใครบันทึกผลงานของเขา แถมหนังก็ได้รางวัลตามเทศกาลติสต์แตก แต่ไม่ดัง ไม่ใหญ่
ไม่มีใครรู้จัก แต่ยังคงทำหนังอยู่ ทำมันไปเรื่อย
ด้วยความอยากเจอ ทำให้เมื่อวันหนึ่งมีโอกาสไปเหยียบญี่ปุ่น และได้รับสิทธิ์ในการเลือกให้ไปพบใครก็ได้
คำตอบที่ไม่ลังเลเลย คือเขาคนนี้ รูปข้างบนนี้คือภาพเมื่อเจอกันครั้งแรก โอกิในอุดมคติ ไม่เป็นอย่างที่จินตนาการไว้
ถ้าจะว่าไป เขาก้ำกึ่งระหว่างคนบ้า สติเฟื่อง เพี้ยน หลุดโลก อะไรก็แล้วแต่
และทันทีที่เขาได้ดูหนังเรา เขาบอกว่า หนังเราเหมือนกัน
อาจทำให้เขาคิดว่าเราลอกงานเขา แต่ความรู้สึกนี้เกิดขึ้นเมื่อเราได้ดูหนังเขาครั้งแรกเช่นกัน
คนสองคนที่อยู่คนละซีกโลก จำได้ว่าเพื่อนคนนึง ที่เป็นนักวิจารณ์ชาวอังกฤษ บอกเราว่า
เวลาดูหนังเรา แล้วนึกถึงโอกิ เราก็ถามเขาว่าโอกิไหนหว่า แล้วคืนนั้น เราพาเขาไปตะกุยกองหนังโป๊
ที่ขายตามหลืบลับแถวสีลม ก่อนที่เขาจะตะกุยเพื่อจะได้หนังมาแผ่นนึงแล้วตะโกนบอกเราว่า
นี่ไงโอกิ หนังเรื่องนั้นชื่อ I like You I like You very Much เถื่อนดิบ เต็มไปด้วยความรู้สึก
และไม่เหมือนหนังใครที่เคยดู จนเริ่มเสพติดงานโอกิ ขอให้เพื่อนช่วยหาหนังเขามาให้ดูที
แต่หนังของเขาที่มีขายก็หาได้ยากยิ่ง นับนิ้วได้ไม่เกินห้าเรื่อง
จนได้ดูหนังเรื่องอื่น ๆ อีกทีเมื่อเราได้เจอกันที่เมืองโกจิ ใต้สุดของเกาะญี่ปุ่น ไกลมาก ๆ
แต่เราก็อยากดั้นด้นไปพบเขา มีคำถามในหัวมากมาย แต่ไม่เคยได้ถามเขา
ค้น ๆ รูปว่ามีรูปไหนที่ถ่ายด้วยกันไหม ก็พบว่ามีแค่รูปนี้รูปเดียว
เวลาเหนื่อย ที่ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า นี่กูทำห่าอะไรอยู่เนี่ย เรานึกถึง โอกิ
3.Amy Tan
การรู้จักเอมี่ตัน (ไม่ใช่ตัวเป็น ๆ หรอกนะ)ครั้งแรกคือเมื่อได้ดูหนังเรื่อง joy Luck Club ที่พบว่าหนังมันดีเหลือเกิน ก่อนจะได้รู้ว่า ที่แท้ หนังสือที่เอมี่เขียนนั้น ดีกว่าหนังหลายพันเท่า
ทำไมคนเราถึงจำอะไรได้มากมายขนาดนั้น
แล้วทำไมถึงเล่าได้เรื่องได้ราวดีขนาดนี้
งานเขียนของเอมี่ ไม่ใช่แค่ความทรงจำ แต่มันเป็นความรู้สึก เป็นเลือดเนื้อของชาวจีนโพ้นทะเล
เป็นซากศพของบรรพบุรุษที่ถูกหลอมรวมกลั่นออกมาเป็นตัวหนังสือ
เป็นอะไรที่เราทำไม่ได้ และชาตินี้คงไม่มีปัญญาทำได้แบบนี้เป็นแน่
เรื่องที่เธอเขียน มันโดนไปหมดเลย เรารู้สึกแบบเดียวกัน
คล้าย ๆ กับใครคนหนึ่งที่ผ่านช่วงชีวิตแบบเดียวกัน เลยมีความทรงจำที่เชื่อมโยงถึงกัน
4.Shizuru Satonaka
Collage of our life (2003)
ชิซึรุ เธอคงเหงา เธอคงเศร้าสินะ
แต่สิ่งที่เธอทำตอนที่ได้กลับมาพบกับพระเอกอีกครั้ง ในสภาพหลังความตาย
คือเธอยิ้ม
ชอบพลอตเรื่องของหนังเรื่องนี้มาก ๆ แม้ว่าตอนกลางเรื่องจะน่ารำคาญนอกเรื่องไปนิด
แต่ชอบตัวละครตัวนี้มาก ๆ เธอพบกับพระเอกที่ชอบถ่ายรูป และเขาฝันว่าจะเป็นช่างภาพมืออาชีพ
เธอย้ายมาอยู่กับเขา แล้วก็พยายามเรียนรู้เพื่อจะเข้าไปอยู่ร่วมโลกของชายหนุ่ม
ผลงานของเธอได้รางวัล ในขณะที่เขาไม่มีใครรู้จัก
และนั่นคือสาเหตุที่เขาทิ้งเธอ
ก่อนที่เธอจะย้ายไปอเมริกา เพื่อจะพบว่า โลกทำร้ายเธออีกครั้ง และอีกครั้ง
และชะตากรรมก็เรียกให้พระเอกเดินทางไปอเมริกาในอีกหลายปีต่อมา
เพื่อตามหาว่า ชิสึรุ ตายแล้วหรือยัง
การถูกทิ้ง มันเปลื่ยนชะตากรรมคนคนนึงไปทั้งชีวิตเลยนะ
ร้องไห้มากมาย กับรอยยิ้มที่ชิสึรุยิ้มให้พระเอก แล้วก็ยื่นส้มผลนั้นที่มันแสนเปรียวให้เขากิน

5.Nana Osaki
นานะห้าว อยากเป็นอย่างนี้ ชีวิตต้องเข้มแข็ง
ต่างคนต่างมีเป้าหมายชีวิต
แล้วก็สู้ไปเพื่อความฝัน แม้ต้องสูญเสียความรัก
หรือแม้ต้องต่อสู้กับคนที่ตัวเองรัก
ต้องถูกหมางเมิน
เธอก็เข้มแข็ง และคอยอยู่เป็นเพื่อนให้เพื่อนของเธอได้
ร้องไห้ให้กับฉากที่นานะเพ้อในภาคแรก
ไปเซอไพรส์รอแฟนหน้าร้านอาหารที่แฟนเธอทำงานอยู่
ก่อนจะถูกเซอไพรส์จากแฟนหนุ่ม ด้วยการพบว่า เขามีกิ๊ก
เปล่า ไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นนานะห้าวหรอกนะ หุหุ(แค่หน้าตาอิฉันก็ไม่ได้แล้วฮ่ะ)
แต่คิดว่า ถ้าตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ การมีเพื่อนคนนึงที่คอยอยู่เคียงข้าง
คงทำให้ผ่านวันร้าย ๆ ไปได้
อันล่างนี่เป็นตอนหนึ่งในหนัง
ส่วนอันนี้เป็นมิวสิค ที่วงคู่แข่งของเธอร้อง แต่เพลงมันสะเทือนใจจัง มีคาราโอเกะพร้อมคำแปลด้วยล่ะ
6.แอนนา โรจน์รุ่งฤกษ์
ใครเกิดรุ่นเดียวกับเรา ต้องรู้จักคอนเสิร์ต คอนเทสต์ ดังยิ่งกว่า อะคาเดมี่แฟนเทเชียหลายเท่านัก
เป็นการแข่งร้องเพลง ที่แต่ละสัปดาห์จะมาต่อสู้กัน สามคน เพื่อให้ได้แชมป์ออฟเดอะวีค แล้วพอสัปดาห์สุดท้ายของเดือน ก็จะเอาแชมวีคมาแข่งกัน เพื่อให้ได้ แชมป์ออฟเดอะมันท์
สุดท้ายก็จะเหลือแชมป์ออฟเดอะเยียร์ และแอนนา หุ่นตุ้ยนุ้ย ตากลม แว่นคาหนาเตอะ ร้องเพลงเสียงสั่น คนนี้นี่แหละ คือแชมป์ออฟเดอะเยียร์
ผู้เข้าแข่งขันจะเลือกเพลงที่ต้วเองร้องเอง จำได้เลยว่าวันตัดสินแชมป์ออฟเดอะเยียร์ ครอบครัวเรารวมญาติมานั่งจ้องทีวีพร้อมหน้า เธอมาในเพลงของ คาราบาว ลูกหิน หลังจากนั้นเธอออกเทปอีกสองอัลบัม และเพลงที่ทำให้เธอดังมาก ๆ คือเพียงแต่วันนั้น ก่อนจะหายไปจากวงการ จำได้ว่าเคยฟังสัมภาษณ์ เธอบอกว่า สมัยเรียน
(ไม่แน่ใจว่าเธอจบคณะนิเทศศาสตร์ หรือครุศาสตร์)จุฬาฯ มีใครไม่รู้เอาโน้ตมาเสียบไว้ที่ล็อกเกอร์ด่า เธอว่า อีอ้วน ไม่เจียมตัว สะเออะร้องเพลง อะไรทำนองนั้นแหละ ซึ่งทำให้เธอเลิกร้องเพลงในที่สุด
แต่ทุกครั้งที่ได้ยินเธอร้องเพลงอีกครั้ง รู้สึกดีไงไม่รู้ เสียงเธอไม่สวยไม่ลึกฟังไพเราะอย่างนรีกระจ่าง คันธมาศ หรือนักร้องเสียงดีคนไหน บางทีเสียงสั่นด้วยซ้ำ แต่มันเพราะมาก ๆ เลย เมื่อเธอได้ร้องเพลงในแบบที่เป็นเธอ
และเธอก็ดูดีเอามาก ๆ ด้วย แม้ว่าจะอ้วนกลม หน้าตาคล้ายอาลาเล่ก็ตาม แต่เธอ สุดยอดมาก ในสายตาเรา
7.วดีลดา เพียงศิริ
อุ๋มอิ๋ม คือนามปากกาของเธอ การได้รู้จักเธอ คือการได้ดูหนังเรื่อง รักแรกอุ้ม เพื่อจะพบว่าชีวิตจริงของเธอ
มันไม่หนุกหนานอย่างในหนัง และเธอเขียนมันออกมาในหนังสือ เรื่องของอะตอม
ที่เล่าเรื่องที่เธอมีลูก และเลิกกับผู้ชายติสต์ ๆ คนหนึ่ง ก่อนจะมีลูกชื่อทะเลจันทร์ด้วยกัน (เพราะเธอได้ลูกคนนี้ตอนไปเที่ยวเสม็ดกับแฟนคนนั้น และคืนนั้น พระจันทร์เต็มดวง เงาสะท้อนตกลงทะเลขณะที่เธอร่วมรักกับเขา โรแมนติกซะ) แต่ก็หย่าในที่สุด ก่อนจะแต่งงานกับแฟนใหม่ที่เด็กกว่าหล่อกว่า และรักกันยั่งยืนกว่าเก่า พร้อมกับมีลูกอีกคนชื่อตะวันวาด เธอเลิกเขียนเรื่องรักหวานแหวว ด้วยการใช้นามปากกานี้ (ถ้าจำไม่ผิดดูเหมือนชื่อจริงเธอจะชื่อ ลัดดาวดี เพียงศิริ หรือไงนี่หล่ะ ชอบ ๆ อยากเจอตัวจริงเป็น ๆ แล้วก็บอกเธอว่า เจ๋งว่ะ
8.แซนดี้
คนสุดท้าย จะให้เล่าอะไรดีล่ะ ไม่มีอะไรจะเล่าหรอก เพราะมีเรื่องมากมายที่ใช้ทั้งชีวิตก็เล่าไม่หมด
และบ่อยครั้งเธอก็เขียนมันลงไปในบล็อก
เราไม่รู้เหมือนกันว่า แซนดี้มักจะชอบเปรียบเทียบ หรือแข่งขันอะไรกันบางอย่างกับเรา
แต่เราก็อยากจะบอกว่า เราไม่มีทางทำสิ่งที่แซนดี้ทำอยู่ได้หรอก
และเราก็ห่วยกว่าหลายขุม มาก ๆ จริง ๆ นะ
เราเขียนหนังสือไม่เก่ง
เราเล่าอะไรไม่ได้เรื่องได้ราว
ไม่มีความลึกซึ้งใดใด
แต่ทั้งหมดนั้น แซนดี้มี
ไม่ขอบอกอะไรมากกว่านี้อีกแล้ว แต่คงรู้นะว่า มึงนั่นแหละไอดอลกู สาดดดดดดดดดดดดดดดดด
edit @ 4 Dec 2007 02:33:05 by ปุ่น


มีเรื่องอื่นขายด้วยเหรอ
เอามาดูมั่งเดะ
#1 By filmsick on 2007-12-03 21:31