กลับมา.....อีกครั้ง

posted on 24 Oct 2007 01:51 by thunska2

ผมควรจะเริ่มตรงไหนดี
มีหลายเอ็นทรี่ที่ผมมักจะขึ้นต้นประโยคนี้
เป็นประโยคที่ผมมักจะเริ่มต้นกับเรื่องราวที่ผมไม่แน่ใจเลยว่า
ผมควรจะเล่าเรื่องจากตรงไหนดีนะ
แล้วผมควรจะทำยังไงต่อไป

เอาเป็นว่า ย้อนกลับไปสักเดือนเมษาแล้วกัน
คืนนั้นเรายกขโยงไปดูหมอกัน
จริง ๆ ผมจำเรื่องนี้ไม่ได้แล้วนะ
แต่นึกออกเมื่อตอนที่ฝ้ายบอกว่า
เมื่อคืนกิ๊กพูดว่า "นี่ไงเรื่องที่หมอดูพูดไว้"

ตอนนั้นเราไปดูกันเรื่องงาน
แต่สิ่งที่อยากรู้ที่สุดคือความรัก
ผมจำทั้งหมดที่หมอดูพูด ไม่ได้
แต่สองเรื่องที่หมอดูบอกคือ
1.หลังวันเกิดจะมีแต่เรื่องดี ๆ
2.คนที่คิดถึงจะกลับมา

เรื่องแรก ผมแอบคิดในใจว่า ถ้าดีก็ดี
ผมไม่ค่อยสนใจอะไรแล้ว
ปีนี้มีเรื่องที่ไม่คาดคิดหลายเรื่อง
อันที่จริงที่ผ่านมา ก็มีเรื่องที่คาดไม่ถึงเต็มไปหมด
แล้วผมก็คิดว่ เรื่องดี ที่หมอหมายถึง
คงหมายถึงเรื่องงาน
ซึ่งผมมองว่า ต่อให้งานดีแค่ไหน
ผมก็ยอมแลกกับเรื่องรัก
หมายความว่า ผมยอมเสียทุกอย่างในชีวิตไป
ถ้ามันจะเกิดเรื่องที่ดีกับความรักขึ้นมาบ้าง
แค่สักครั้ง

เรื่องหลัง ผมแอบคิดว่า คนที่คิดถึงน่ะ
ล้วนแต่ไม่มีใครกลับมาสักคนหรอก
ไม่มี ไม่มีทางเลย ผมรู้ดี

เมื่อวานวันเกิด
จริง ๆ ไม่เคยมีวันเกิดมาหลายปีมาก ๆ
เพราะลืมบ้าง ไม่ใส่ใจจะจำบ้าง
แล้วก็กลายเป็นชินกับการอยู่ตัวคนเดียวในวันเกิด

22 ตุลาคม 2005 ปีนั้น ผมฉลองวันเกิดที่ เกาะเสม็ด
กับเขา เป็นครั้งแรกที่เราไปด้วยกันสองคน
แล้วปีถัดมาเราไปที่นั่นอีกครั้ง(แต่ไม่ใช่วันเกิด)เพื่อจะบอกลา

บ่ายวันวาน จู่ ๆ ป้ำก็โทรมาบอกว่า
มีโปรเจ็คท์ใหม่อยากจะปรึกษา
แต่จริง ๆ เราง่วงมาก อยากกลับบ้าน เหนื่อย(เมื่อคืนก่อนยกขโยงไปค้างบ้านโอกัน)
ป้ำนัดที่ต้มยำกุ้ง ที่ข้าวสาร
บ้านโอ อยู่สุขาสอง บ้านผมอยู่เอกชัยบางบอน
อะไรเนี่ย ต้องเป็นวันนี้ด้วยหรือ ผมอยากกลับบ้าน
ป้ำบอกว่า ถ้าวันนี้ได้ก็ดี
เอาวะ ไปก็ไป

แน่นอนว่าผมระแคะระคายนิดหน่อย
เพราะถ้าจำไม่ผิด ป้ำขาฉีกเข้าเฝือกอยู่นี่นา
มันจะไปข้าวสารทำไม
แล้วจริง ๆ ระหว่างนั้น ก็มีโทรศัพท์เข้าเครื่องโออยู่ตลอดเวลา
แล้วโอก็ออกไปรับโทรศัพท์นอกห้อง
โอกับหมูบอกว่าจะกลับไปหอที่รังสิต แต่
แต่
แต่หมูแต่งหน้าออกไปด้วย เอ๊ะ นี่จะกลับหอกันไม่ใช่รึ
เอาเหอะ

ไปถึงต้มยำกุ้ง เจอนพ นพทำหน้าตกใจเล็กน้อย
แล้วเราก็ถามว่า นพมาด้วยหรือ
นพบอกว่า เออ ป้ำนัดเรื่องงาน
เอาเข้าไป
โทรหาป้ำ ป้ำบอกว่าจะมาสายนิด ให้รอ
แต่ปรากฎว่า เรานั่งหันหน้าเข้าหาทางเข้า
ทุกคนมากันพร้อมหน้า และหลบเราไม่ทัน
ฮ่า ๆ ๆ นี่กะจะเซอร์ไพรส์ล่ะสิ
จริง ๆ เหนื่อย อยากนอน
ยืมซีรีส์ของโอมา อยากดู Lost อยากกลับบ้านไปดูเร็ว ๆ
แต่ก็เอาเหอะ ไม่รู้ใครสั่งเบียร์ไปหลอดนึง
แต่เราไม่กินเบียร์กินเหล้านะช่วงนี้ ปรกติไม่ค่อยกินอยู่แล้ว
เพราะจริง ๆ ที่กินได้คือไวน์ แห่ะ ๆ ไฮโซนิดนึง

ระหว่างที่ทุกคนคุยกันเฮฮา และเราก็ทำเป็นเฮฮา
เอาเหอะนะ จริง ๆ เบื่อ อยากกลับบ้าน
ไม่ชอบข้าวสาร มาทำไมกันวะเนี่ย
เพื่อนที่มหาลัยโทรมา บอกว่าตะกี้เห็นเราแว่บ ๆ
มันบอกว่ามันอยู่ฮิปปี้เดอบาร์
เราก็ว่า เออเดี๋ยวแวะไป

แล้วเบอร์โทรแปลก ๆ ก็โทรเข้ามา
จริง ๆ เบอร์แปลก ๆ แบบนี้ เคยโทรเข้ามาเมื่ออาทิตย์ก่อน
แต่ตอนนั้นดูหนังอยู่
แล้วเราก็ไม่รับสาย เห็นว่าเป็นเบอร์ 02 คิดว่าเลิกหนังจะโทรกลับ
พอโทรกลับก็ไม่มีใครรับ เลยคิดได้ว่า คงเป็นเบอร์สาธารณะ
ลืมไป เบอร์นั้น เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โทรมาสองครั้ง
ครั้งแรกไม่ได้รับ
ครั้งที่สองที่รับ เขาพูดว่า "พี่ปุ่น พี่ปุ่นใช่มั้ย" แล้วเราก็กระซิบไปว่า
"ดูหนังอยู่เดี๋ยวโทรกลับนะ" เราคิดว่า ไอ้อาร์ตเทคนิคกรุงเทพ
แล้วก็วางหูไป
เลิกหนังโทรไปหาอาร์ต อาร์ตบอกว่า ไม่ได้โทรมา
แล้วเราก็สงสัยจนทุกวันนี้ว่า ใครวะ

เบอร์แปลก ๆ โทรเข้ามาอีกครั้ง
"โหล ๆ พี่ปุ่นหรือ นี่กอล์ฟนะ"
"กอล์ฟไหนวะ" ชั่วชีวิตผมรู้จักกอล์ฟอยู่ 5 กอล์ฟ มีกอล์ฟนึงอยู่เมืองนอก
อีกกอล์ฟ ไม่มีทางโทรมาหาเราแน่ ๆ
แล้วเขาก็อธิบายมาว่ากอล์ฟไหน
ผมจำเสียงเขาไม่ได้ เสียงเขาไม่คุ้นเลย
ผมคิดว่า ต้องมีใครแกล้งแน่ ๆ เพราะวันนี้วันเกิด
เสียงนั้นบอกว่า
"นี่ผมอยู่ข้าวสารนะ ว่างหรือเปล่า อยู่คนเดียวเหงาจัง"
ต้องมีใครแกล้ง แน่ ๆ ผมหันไปมองทุกคนทั้งโต๊ะ
หรือว่าไอ้คิ้มวะ
แล้วเขาก็ถามว่า
"พี่ส่งเสื้อมาให้ผมหรือ"
เราก็บอกว่ารู้ได้ไง
นั่นสิ จะมีคนอื่นรู้เรื่องนี้ได้ไง นอกจากกอล์ฟ
กอล์ฟคนนั้นคนที่ผมเชื่อมาตลอดว่า จะไม่มีทางโทรมาหาผมอีกแล้ว
แต่ผมก็ยังคงไม่แน่ใจอยู่ดี เพราะ
1. นี่มันไม่ใช่เบอร์เขา
2. เสียงเขาไม่เหมือนเดิมเอามาก ๆ
อันที่จริง ไม่ใช่แค่เสียงที่ไม่เหมือนเดิม
แต่มันคือวิธีพูด วิธีพูดไม่เหมือนเดิม
ทำไมผมจะจำไม่ได้ว่าน้ำเสียงและวิธีพูดของเขาเป็นอย่างไร
ผมคิดว่าผมจำได้นะ แต่ผมจำไม่ได้ เพราะมันเปลี่ยนไปทั้งเสียงและวิธีพูด
และผมไม่อยากเชื่อว่านี่จะเป็น เรื่องจริง

เพราะเขาคือกอล์ฟคนที่ผมเชื่อว่า นับจากนี้ เขาจะไม่โทรหาผม อีกแล้ว
ผมแยกตัวเดินออกมา แล้วออกไปที่ถนน เดินไปเรื่อย ๆ
โทรไปหาโอ บอกว่า เดี๋ยวกลับไปนะ อยู่ ๆ กอล์ฟก็โทรมา
กอล์ฟบอกว่า เขาอยู่เบอร์เกอคิง
ผมเดินไปจนใกล้ร้านนั้น
ถ้านี่เป็นหนัง มันคงซึ้งเอามาก ๆ
ผมมองไปในร้าน ไม่เห็นใคร แต่เหลือบไปบนถนนอีกฟากนึง
ใครคนหนึ่งโบกมือให้ ผมเห็นแต่มือนั้น
ก่อนจะเหลือบลงมาเพื่อจะเห็น เขา
เขาคนที่ผมไม่ได้เจอมาเกือบสองปีแล้ว

แต่ผมจำเขาได้
จะลืมได้ยังไง
เราเริ่มคุยกันเหมือนไม่เคยเกิดเรื่องอะไรก่อนหน้านี้
ผมมีอาการเหมือนเดิม
พูดไม่ได้มองหน้า
เป็นสิ่งที่ทำให้เขามักจะทักผมบ่อย ๆ ว่า
มองหน้าผมดิ(ประโยคนี้มีอยู่ในหนังเรื่อง you are where I belong to)
จะให้ผมทำหน้ายังไงล่ะ

แน่นอนผมดีใจ อันที่จริงดีใจจนอยากจะร้องไห้ด้วยซ้ำไป
มีเรื่องมากมายอยู่ในหัว
มีคำถามอยากถามตั้งเยอะ
มีเรื่องที่อยากรู้
แต่เราคุยกันเรื่องอื่น
วันนี้วันเกิดพี่หรือ
เราก็บอกว่า อือ อยู่กันที่ร้านต้มยำกุ้งนี่แหละ
เราคุยกันเรื่อยเปื่อย
ยกเว้นคำถามว่า นึกไงถึงโทรมา วันนี้

เป็นเรื่องมหัศจรรย์อีกเรื่องแล้ว
เป็นเรื่องมหัศจรรย์ที่ผมรู้สึกดีที่สุดในปีนี้

ทำไมเป็นวันนี้ ที่เขาโทรมา
เป็นวันนี้ที่เราเจอกันอีกครั้ง
เป็นวันนี้ ที่ทั้งผม และเขา อยู่ข้าวสาร ในช่วงเวลาเดียวกัน

ทำไม ทำไม ทำไม
ผมไม่รู้หรอก ไม่ได้ถามเขาด้วย
เพราะถึงถามไป เขาจะรู้หรือไง

เราอัพเดทเรื่องต่าง ๆ เกี่ยวกับเขา
เกี่ยวกับผม
เกี่ยวกับเรา
ระหว่างที่เดินไปต้มยำกุ้ง
แต่เป็นเรื่องผิวเผินประเภทว่า
เป็นไง สบายดีหรือ ทำอะไรอยู่

กลับไปถึงร้านต้มยำกุ้ง
ผมขอตัวเข้าห้องน้ำ
อยากจะร้องไห้ออกมา
แล้วน้ำตาก็ไหล
รู้สึกดีจัง
ขอบคุณมาก ไม่ว่าใครก็ตาม ที่ทำให้เรื่องมหัศจรรย์แบบนี้เกิดขึ้น
กินเบียร์ก้นหมดหลอด ก็ย้ายไปกินร้านปัมป์น้ำมันข้างสถานีตำรวจ
ไม่ค่อยได้คุยกับกอล์ฟเท่าไหร่
เรื่องที่คุยส่วนใหญ่จะแนะนำว่า บนโต๊ะนี้ ใครเป็นใคร
ทำอะไรกันบ้าง

อยากกลับบ้านจัง จริง ๆ แล้ว เหนื่อยด้วย ง่วงด้วย
อยู่กันถึงเกือบตีหนึ่ง ก็ต่างแยกย้ายกันกลับบ้าน

กอล์ฟชวนว่า ไปต่อกันที่อื่นมั้ย
เราก็บอกโอเค
ตอนแรกจะไปแบ๊งค์บาร์ แต่มันปิดแล้วล่ะ
เลยไปนั่งกันที่ไวล์ออคิด
ร้านนี้ วันเกิดสองปีที่แล้วของกอล์ฟ
เราก็มากันที่นี่

เราเริ่มคุยกัน
คุยทุกเรื่อง
ทุกเรื่องจริง ๆ ที่ผมอยากรู้
และเขาอยากรู้
มีคำถาม ที่ทั้งผมและเขา อยากรู้
และคำตอบก็กระจ่างเอาวันนี้เอง
เป็นคำถามประเภทที่ว่า
ถ้าสองปีก่อนเราคุยกันแบบนี้
เราคงต้องฆ่ากันตายไปข้างนึง
แต่มันแปลกมากสำหรับตอนนี้
เขาบอกว่า "ไม่เป็นไรหรอก
พูดออกมาเถอะ รับได้จริง ๆ"
เขาเปลี่ยนไป
ไม่ใช่แค่น้ำเสียง
ไม่ใช่แค่วิธีพูด
เขาเปลี่ยนไปจริง ๆ
"ผมไว้ใจพี่ จริง ๆ ผมไว้ใจพี่"
เขาทำเอาผมชะงักไปเลย
"ดีใจนะที่ได้มาเจอเพื่อนอีกครั้ง"
ผมถามว่า หมายถึงโอ หมู กับเบิ้ลน่ะหรือ
"เปล่า" เขาชี้มาที่ผม
ผมควรจะรู้สึกไงกับคำนี้ดีนะ
"เพื่อน"
ความรู้สึกทั้งสองอย่างปนกัน
เราคุยกันทุก ๆ เรื่อง เวลาผ่านไปล่วงเลยถึงตี 4

.................
ผมกลับถึงบ้านหกโมงเช้า
ตอนที่แยกจากกัน
เขาบอกว่า
โทรมานะ โทรมาให้ได้ ถ้าอยากเจอ

วันนี้ ผมไม่ได้โทรไป
แต่ผมจะโทรหาเขาสักวัน
เบอร์เขาเปลี่ยนไปแล้ว
ผมยังใช้เบอร์เดิม
ถึงแม้จะมีเบอร์ใหม่ด้วย
แต่ก็ยังใช้เบอร์เดิม
เพราะจริง ๆ ก็แอบหวังว่า สักวันเขาจะโทรมา
แล้วเขาก็โทรมาจริง ๆ
รู้สึกดี
แต่ความกลัวบางอย่างก็คืบคลานเข้ามาด้วย
ผมไม่อาจจะอธิบายได้ว่า มันคืออะไร
ผมเริ่มอยากจะทำหนังอีกสักเรื่องแล้ว

ผมควรจะเริ่มตรงไหนดี

 

 

edit @ 24 Oct 2007 03:44:53 by ปุ่น

edit @ 10 Nov 2007 05:33:10 by ปุ่น

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet