ธัญสก พันสิทธิวรกุล

ในขณะที่ได้รับรู้ข่าวร้ายเกี่ยวกับ แสงศตวรรษ เป็นระยะ ๆ ช่วงก่อนสงกรานต์ที่ผ่านมา ในใจก็คิดอยู่ว่า จะดีหรือที่เราจะต่อสู้ ในช่วงเวลาที่ทุกคนกำลังจะกลับบ้าน ไปสาดน้ำสนุกสนาน หรือในยามที่ประเทศกำลังปั่นป่วน ความไม่แน่ใจกับรัฐบาลนี้ที่ต้องเผชิญกับการค่อย ๆ แก้ปัญหาที่รัฐบาลเก่าหมกเม็ดและพอกพูนจนยากจะแกะออก ชาติกำลังถึงกาลฉิบหาย เรื่องใหญ่ที่เราคิดแก้ปัญหาแทนไม่ได้ นอกจากจะไปสนุกกันให้ลืมร้อนลืมเศร้าเสียบ้าง

แล้วภาพยนตร์ หรือหนังแค่เรื่องเดียวเรื่องนี้ มันสำคัญหนักหนาหรือ

ต่างคนต่างต่อสายแลกเปลี่ยนหารือ พี่ลิ ชลิดา เอื้อบำรุงจิต บอกเราแบบขำ ๆ ว่า (หรือไม่ขำก็ไม่รู้) เออ เราน่าจะไปประท้วงนะ ไปตั้งม็อบที่สนามหลวง ม็อบตอนนี้มีไม่รู้กี่ม็อบ เราไปอีกม็อบก็ท่าจะดี ลามเลยไปถึงเรื่องประท้วงยังไง เพราะอย่างเกาหลี บรรดาผู้กำกับนักแสดงถึงกับโกนหัวประท้วง เมื่อรัฐบาลดำริให้เปอร์เซ็นต์หนังฮอลลีวูดจะยืนโรงฉายและเพิ่มจำนวนมากกว่าหนังของชาติตัวเอง พี่ลิบอกว่า ประท้วงไงก็ได้ แต่อย่าให้ไปแก้ผ้าประท้วงแล้วกัน เพราะไม่ถนัด(ฮา) โต้ง มานัสศักดิ์ ดอกไม้ ที่นาน ๆ จะโทรหาเราที แต่โทรมาทีไรก็ดูจะมีเรื่องใหญ่ทุกที บอกว่าเราต้องทำอะไรสักอย่างแล้วล่ะ เราต้องจัดการประชุมแสดงพลัง เต้ ไกรวุฒิ จุลพงศธร บอกว่าตอนนี้(หมายถึงตอนนั้น)กำลังปรึกษาไปทางสมาคมผู้กำกับ แต่พี่ปรัช ปรัชญา ปิ่นแก้ว กำลังไปพักผ่อนที่ฮ่องกง

เราถูกกล่อมเกลามาให้จำ แต่ไม่ถนัดที่จะขบคิด เราดูบ้านทรายทอง ปริศนา ดาวพระศุกร์บนจอทั้งทีวี ละคร จอใหญ่ ไม่รู้กี่เวอร์ชั่น เราก็ยังอยากจะดูมันอยู่อย่างนั้น ทั้งที่เรารู้อยู่แล้วว่าตอนจบคืออะไร มิได้หมายความว่างานเหล่านี้ไม่มีคุณค่าหรอกนะ แต่กำลังจะบอกว่า เราถูกกล่อมเกลามาให้คุ้นชินกับความเคยชิน ละครทีวี ลิเก หนัง เป็นแค่เครื่องสร้างความบันเทิงราคาถูก ที่จ่ายเงินไปเพื่อจะสุข จะเศร้า จะสยอง จะขำ แล้วก็รอโปรแกรมต่อไป นึกถึงเรืองคลาสสิคไหนก็ลุ้นว่าใครจะเอามาทำอีก หรือไม่ก็หยิบวีซีดีมาดูซ้ำ

เพราะเราเคยชินว่าหนังเป็นแค่ความบันเทิง จะเอาอะไรหนักหนาหรือกับหนังแค่สักเรื่อง

เราเคยตื่นตาตื่นใจกับเว็บไซต์เมืองนอก IMDB ที่จะมีข้อมูลของหนังแบบครบถ้วน ปีต่อปี เรื่องต่อเรื่อง ย้อนค้นไปกี่สิบปีก็หาเจอ เราตะลึงกับเว็บ Archieve ที่มีฟุตเทจทีวีมาลงเป็นหมื่น ๆ Youtube ที่ตอนนี้ถูกรัฐบาลบล็อคนั้น คือเว็บที่เราสามารถสืบค้นอะไรก็ตามที่ถวิลหาเมื่อครั้งยังเยาว์ มันอยู่ในมือของใครบ้างไม่รู้ แต่ตอนนี้มันถูกรวบรวมมาให้กับคนที่รู้ค่ามัน

หนังเรื่องหนึ่ง มันคือประวัติศาสตร์ชาติ มันบอกยุคสมัย มันบอกกำพืด ความคิด ทัศนคติที่มีต่อสังคม ช่วงเวลาที่ผู้คนไขว่คว้าหาเสรีภาพ เขาทำหนังแหกคอก ช่วงเวลาที่ผู้คนแสวงหาอะไรใหม่ ๆ เขาทำหนังทดลอง ช่วงเวลาที่คนกระหายหาความจริง เขาทำสารคดี หรือเป็นเพราะเราคุ้นแต่ว่าไม่ว่าช่วงเวลาใด เราก็ทำแต่หนังตลาด

ไม่แปลกหรอกที่เราจะชินกับคำว่า หนังคือความบันเทิง เพราะเราถูกปิดหูปิดตาให้ต้องทำแต่เฉพาะเรื่องที่ตลาดต้องการ เรื่องที่ตอบสนองคนดู เรื่องที่นายทุนพอใจเพราะจะได้มีเงินไหลกลับเข้ากระเป๋า ล้านแล้วจ้า คือประโยคฮิตที่ตอนเด็กต้องได้เห็นพะหน้าโฆษณาหนังดอกดิน ที่ตอนหลังลามไปถึงหนังอื่น ๆ และแค่ล้านไม่พอ ต้องร้อยล้าน

และเหนืออื่นใด เราถูกทำให้ต้องทำแต่เฉพาะเรื่องที่ สมควร จะนำเสนอ

ใครหรือคือผู้ชี้ชะตาว่าอะไรสมควร อะไรไม่สมควร เมื่อก่อนดาราดังเขานิยมแก้ผ้าในหนัง เพราะมันคือวิธีหนึ่งที่จะเรียกคนดู สมบัติ เมทะนี , สรพงศ์ ชาตรี , ทูน หิรัญทรัพย์ ช่วยเอ่ยมาทีว่าดาราดัง ๆ พวกนี้ มีใครบ้างไม่เคยแก้ผ้าบนแผ่นฟิล์ม แต่เอาล่ะจู่ ๆ ก็มีบรรดาผู้มีอำนาจบางคนมาชี้หน้าก่นด่าว่า คนไทยควรรักนวลสงวนตัว (จนขึ้นคานไปหลายตัวแล้ว เฮ้อ)

ออกจะรู้สึกสมเพชบรรดาหนังสือกอสสิปที่ประโคมข่าวได้ทีด่าว่าช่างภาพใหญ่ อมาตย์ นิมิตภาคย์ ที่ถ่ายนู้ดดาราเพื่อเอาเงินบริจาควัดช่วยเอดส์ ถึงขนาดวัดดังกล่าวออกมาปฏิเสธรับเงินบริจาค แต่ในหนังสือประเภทเดียวกันแทบทุกเล่ม จุดขายคือภาพหลุดหวอ จุกหลุด แทบทุกฉบับ นี่เรากำลังอยู่ในสังคมประเภทใดหนอ ปากว่าตาขยิบ กระพริบ ๆ ๆ

เอาล่ะประเด็นนี้มันต่างกัน เพราะแสงศตวรรษนั้น ห่างไกลเรื่องศีลธรรมมากมาย ในขณะที่คนที่ยังไม่ได้ดู บางคนแทบจะคิดว่า ฉากจู๋โด่นั้น คือหนังควักลำออกมาให้เห็นทั้งดุ้น ซึ่งไม่ใช่เลย ในฉากนั้นคือ คุณหมอจูบกับแฟนสาว จนเกิดอารมณ์ แล้วกล้องก็ไปถ่ายเป้ากางเกงสีดำ ที่เห็นแค่ว่ามีอะไรบางอย่างตุงอยู่ในนั้น ถ้าจำไม่ผิด เมื่อสองปีก่อน บ้านเรามีจ. เจี๊ยวจ๊าว ที่ว่าด้วยเรื่องเจี๊ยวพูดได้ ตั้งผงาดง้ำจ้อทั้งเรื่อง ไหงถึงหลุดมาทำกำรี้กำไรในโรงได้(วะ)

เอาล่ะหมอกินเหล้า แพทยสภาออกมาป่าวว่าไม่เป็นการสมควร ที่หมอจะกินเหล้า ในหนังนั้น เป็นเรื่องของหมอคนหนึ่งที่ออกอาการตกประหม่า เพราะกำลังจะไปออกทีวี เลยดื่มเหล้าย้อมใจลดอาการ เธอไม่ได้กำลังจะไปผ่าตัดคนไข้เสียเมื่อไหร่กัน แล้วถ้าจำไม่ผิดอีกเหมือนกัน(อันนี้ขอบคุณมานัสศักดิ์ที่โทรมาบอกทำให้เราจำได้) กระสือวาเลนไทน์ หมอแดกเหล้า ปล้ำพยาบาล เอาศพไปเผา มันโหดกว่านี้เยอะ

พระเล่นกีตาร์ มีคนบางเว็บบอกว่า ควรแล้วหรือที่จะให้คนเห็นภาพเยี่ยงนี้ในหนัง ในเมื่อชีวิตมีประเด็นมากมายให้นำเสนอ แต่สำหรับเรา นั่นแหละคือสิ่งที่ควรนำเสนอ เพราะไม่มีใครกล้า ไม่มีใครคิดจะนำเสนอ ในหนังไม่ได้นำเสนอในแงลบหลู่ดูหมิ่นศาสนาแต่อย่างใด เป็นเพียงฉากคั่นเล็ก ๆ ที่ไม่ได้ทำออกมาเพื่อจะบอกว่าพระรูปนี้ทำผิดศีลเข้าขั้นอาบัติปราชิกเสียเมื่อไร แล้วขอถามหน่อยเหอะว่า คุณไม่เคยเห็นพระเดินพันธุ์ทิพย์ซื้อซีดีโป๊ วนเวียนตามแผงHFM เหล่สาวบนปกหรือ ชีวิตจริงนั้นมันยิ่งกว่านั้นเยอะเลยนะ พระฆ่ากัน เสพยาบ้า ข่มขืน ฯลฯ

ทำไมเราจึงแยกไม่ออกระหว่างหนังกับโลกความเป็นจริง ในเมื่อหนังคือการนำเสนอแง่มุมของผู้กำกับมิใช่หรือ

ชลิดาบอกเราว่า ก็ถ้าคนทำหนังจะนำเสนอเรื่องแบบนี้ออกมา แล้วมันถูกแล้วหรือที่เราถูกตัดสิทธิ์ในการดู มันเป็นคนละเรื่องกันเลย ทำไมถึงไม่ให้โอกาสคนในการคิด ในการกลั่นกรอง ในการใช้วิจารณญาณของตัวเอง ตัดสินได้ว่าสมควรหรือไม่ที่จะถ่ายทอด นำเสนอเรื่องนี้ ประเด็นนี้ แล้วหากจะหาเรื่องชี้แยกย่อยเป็นจุด ๆ ไปแบบนี้ หนังเรื่องไหน ๆ ก็มีข้อให้ชี้ผิดติติงได้ตะพึดทุกเรื่องไป ทำไมคนไม่คำนึงถึงภาพรวมว่าหนังเรื่องนั้น ๆ ต้องการจะสื่ออะไร

ประเด็นอีกแง่ที่ดูเหมือนยังไม่มีใครปริปาก หนังทุกเรื่องนั้นต้องส่งให้กองเซ็นเซอร์ กองเซ็นเซอร์หน้าซื่อใจคดก็ออกมาปากถือศีลว่าไม่ผ่านเพราะอย่างโน้นอย่างนี้ แต่ไม่มีสักหน้าที่สารภาพว่า ไม่ผ่านเพราะไม่ได้ยัดใต้โต๊ะ อุปส์ จุ๊ ๆ เรื่องนี้เขาห้ามเม้าท์นะจ๊ะเธอ

เราจำได้ดีว่าเวลาน้องวิวได้เหรียญ สมรักษ์คว้าแชมป์ ผู้คนแห่แหน เขาถ่ายทอดทีวีตั้งแต่ลงเหยียบสนามบิน ไปยันบ้านเกิด โอลิมปิคเขาแข่งสี่ปีครั้ง นักกีฬามีเป็นเบือ เหรียญทองตอนนี้ถ้าจะนับจริง ๆ เป็นร้อย ๆ แล้วล่ะ แต่อยากรู้นักว่าหนังไทยที่ได้รางวัลยิ่งใหญ่ระดับโลกนั้น มีกี่เรื่องกัน เอาที่ได้รางวัลสำคัญ ๆ จากเวทีสำคัญ ๆ จริง ๆ นะ แล้วโปรเจ็คท์นี้ เขาคัดผู้กำกับแค่7 คน จากทั่วโลก มาทำหนังเพื่อรำลึกถึงโมสาร์ท ผู้กำกับมีเป็นแสน ทำไมเขาถึงเจาะจงเลือกคนนี้เป็นหนึ่งใน7 (ตายล่ะฉันคิดไม่ออกหรอก เราไม่ได้ถูกตั้งโปรแกรมให้คิด)

โอเค คงไม่จำเป็นต้องให้ฝรั่งมายืนยันหรอกว่าหนังเรื่องนั้นเรื่องนี้ ได้รางวัล หมายถึงหนังการันตีว่าดี แต่นั่นคือการแสดงออกเล็ก ๆ น้อย ๆ แล้วล่ะว่า ชาติอื่น เมืองอื่น เขาเห็นดี เห็นงาม เห็นคุณค่ามากกว่ามูลค่า เขาภูมิใจในอะไรบางอย่างที่คนในประเทศนั้นดันเห็นว่า ไม่เห็นจะน่าภูมิใจเล้ย หนังปีนกะไดดู เราคงคุ้นการขึ้นลิฟต์เสียชิน จนต้องมีโฆษณา ส.ส.ส.มารณรงค์ให้เดินขึ้นบันไดบ้าง ร่างกายจะได้แข็งแรง ถ้าหนังแบบนี้ต้องปีนกะไดดู ก็สมควรปีน เผื่อสมองจะไม่ฝ่อฟีบและคิดเป็นกับเขาบ้าง

เรามิบังอาจไปด่าทอใครว่าโง่หรอก เราเองมิได้ฉลาดและเก่งกาจมาจากไหน เราแค่คนทำหนังคนหนึ่งที่รู้สึกรันทดกับประเทศนี้ ทุกทีที่ไปเมืองอื่น เราก็ได้แต่ตะลึงค้างว่า เออเนอะ บนแผงวีซีดีบ้านเขา เขามีหนังหลาย ๆ แบบให้เลือกดู ไม่ใช่แฉชีวิตสาวโคโยตตี้แบบประเทศสารขัน หนังสือตามแผงบ้านเขา เบสต์เซลเลอร์ก็ไม่เห็นจะเป็นพวกข่าวฉาวท้องโตกับดารา 17 คน หนังเข้าโรงเขาก็ไม่ได้มีแค่ผีกับตลก เขามีโรงอาร์ตเฮ้าส์กระจายเป็นหย่อม ๆ มีเทศกาล มีงานแสดงที่ฉายให้เห็นพุทธิปัญญาของชาติ ให้ไปซาบซึ้งว่าชาติตัวเองมีอะไรดีบ้าง

ครั้งหนึ่งเราเคยคิดว่าบ้านเราคงต้องดักดานแบบนี้ไปชั่วนาตาปี เพราะเราไม่ถูกฝึกให้คิดให้ต่อสู้ เราถูกสอนให้จำและทำตาม แต่ตอนนี้เราเริ่มสงสารตัวเอง สงสารคนรุ่นต่อ ๆ ไป ที่เราจะต้องคอยมีโมเสคมาเบลอมาบังภาพขวดเหล้า บุหรี่ในทีวี ยกส้นตีน ยกปืนก็เบลอ ทั้งที่เด็กสามขวบยังรู้ว่าไอ้ที่เบลอคืออะไร แต่เราต้องทน เพราะเราคิดไม่เป็น คิดไม่เป็นจนไม่มีปัญญาพอจะไตร่ตรอง พอจะใช้วิจารณญาณกลั่นกรองเอาเองว่า นั่นคือสิ่งที่สมควรทำหรือไม่

แน่นอนว่าสิ่งที่ทำให้ผู้คนเริ่มเกิดกระแสไม่พอใจ ไม่ใช่แค่เราถูกปิดหูปิดตา แต่มันคือการลุแก่อำนาจของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่ได้ทั้งขึ้นทั้งล่อง ทุกขั้นตอนของการตรวจตรา ผ่านกระบวนการพิจารณา มีค่าใช้จ่าย และดูเหมือนคนกลุ่มนี้ก็คิดเอาง่าย ๆ ว่าถ้าได้ไม่เท่าไม่ถึงเรื่องอื่น ๆ ก็ให้มันไม่ผ่าน เผื่อว่ามันจะหาเงินมาสอดใต้โต๊ะ ก็จะให้ผ่าน ความคิดเบาปัญญาต่อยอดเป็นอาการยึดฟิล์ม คือถ้าไม่ตัดก็ไม่คืนฟิล์ม เลยไปถึงปรินท์นี้ไม่มีสิทธิ์ส่งไปเมืองนอก

พวกเขาไม่เคยคิดว่ามันคือหนัง มันคืองานศิลปะ คิดว่ามันก็แค่ความบันเทิงไว้หลอกขายหน้าหนังให้ผู้คนมาแห่ดู แต่กว่าหนังเรื่องนี้จะได้สร้าง มันคือความยากลำบากของคนทำหนังเรื่องนี้ ที่เขาคิด ดิ้นรน และต่อสู้ต่อระบบกระแสภาพยนตร์ที่อยู่ท่ามกลางสงครามธุรกิจ หนังเข้าสองโรง ฉายสองอาทิตย์ มีอยู่สองกอปปี้ จะมีกำไรสักกี่บาทเชียวครับท่าน เงินจะเจียดมายัดใต้โต๊ะลงพุงโล้ท่านยังไม่พอประทัง ยังจะมากลั่นแกล้งกันเช่นนี้ทำไมกัน

และนี่คือกรณีศึกษา ที่เราควรต้องตรึกตรองให้จงหนัก เมื่อรัฐร่ำ ๆ ว่า แต่นี้ หนังทุกเรื่องจะต้องผ่านการตรวจการพิจารณา ก่อนจะส่งไปเมืองนอกนั้น ยังจะมีใครอยากทำเยี่ยงนั้นอีกหรือไม่ ยิ่งหนังทุนต่ำที่ลำพังทุนทำหนังก็แทบจะสิ้นเนื้อประดาตัว จะหาเงินที่ไหนมาคอยเอาใจท่านให้หนังผ่านการพิจารณา เพื่อไปสู่ตลาดสากล มิใช่สินค้าโอทอปที่ทำกำไรเป็นล่ำเป็นสัน หนังนะจ๊ะ ไม่ใช่เครื่องหนัง

แน่นอนว่าการต่อสู้ครั้งนี้ ไม่ใช่เพื่อหนังเรื่องแสงศตวรรษอีกต่อไป แต่คือการต่อสู่เพื่อศตวรรษใหม่แห่งหนังจะถูกเปิดออกเสียที ถึงเวลาหรือยังที่เราจะได้รับการเปิดหูเปิดตา มาเปิดใจรับสิทธิ์ที่จะคิดพิจารณากลั่นกรองด้วยตัวเอง ก่อนที่จะให้ใครก็ไม่รู้มาตัดสินเข้าข้างเอาตามใจตัวก่อน ทำไมคนกลุ่มนี้ถึงมีสิทธิ์ได้ดูทุกฉากทุกตอน ทำไมคนกลุ่มนี้จึงมีสิทธิ์ชี้ว่าอันนี้สมควรหรือไม่สมควร ความสมควรนั้นอยู่ที่ไหน แล้วมันจะสืบทอดไปชั่วกัปชั่วกัลป์เลยไหม

การต่อสู้ครั้งนี้ ไม่ใช่การต่อสู้เพื่อใคร ไม่ใช่หนังเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หรือเพื่อหนังทุกเรื่อง แต่มันคือการต่อสู้เพื่อตัวเราเอง ที่จะได้รับสิทธิ์นั้น ในการหัดคิด หัดกลั่นกรอง หัดใช้สติปัญญา วิจารณญาณ ที่ตอนนี้เราพร้อมใจกันยกหน้าที่นั้นให้กับคนไม่กี่สิบคนตัดสินใจแทน (อันที่จริงจะพูดว่าเราพร้อมใจกันก็ไม่ได้เต็มปาก เพราะเราไม่มีทางเลือกมากนัก อันที่จริง เราไม่เคยได้ถูกหัดให้ได้เลือกอย่างจริงจังสักที เราเพียงแต่เห็นว่า ก็เขาว่าดีว่างาม ก็ทำตามเขาไป แล้วนี่ก็คืออีกเรื่องที่เราเคยชิน)

ถึงเวลาหรือยังที่คุณจะต่อสู้เพื่อตัวเอง

ขอเชิญร่วมต่อสู้ เพื่อสิทธิ์ของตัวท่านเองที่

http://www.petitiononline.com/nocut/petition.html

ส่วนหนึ่งของการร่วมรับประทานอาหารของบรรดาทีมงานที่ตลาดสามย่านหลังรอบฉายสำหรับสื่อเมื่อสัปดาห์ก่อน


Happy Berry in year 2007

หนังสือฝรั่งเศสเล่มหนึ่ง รวบรวมศิลปินหลายแขนงในไทย ฉันเลือกที่จะกลับไปเยี่ยมร้านแฮปปี้เบอร์รี่ เพราะตั้งแต่ย้ายร้านใหม่ ก็ไม่ได้แวะไปเร้ยยยยย ทั้งที่ผ่านละแวกนั้นทุกสัปดาห์ นี่มัน 3 ปีกว่า ๆ แล้วนะเนี่ย ตอนนี้ร้านเขาหญ่ายขึ้นจริง ๆ มีทำผมด้วย อยู่แถวน้ำพุเซ็นเตอร์พอยด์เรย มีเรื่องอัพเดทกันมากมาย แต่ขอโทษที่บางเรื่องเล่าไม่ได้ในที่สาธารณะ

แก๊กไม่อยู่ที่ร้านแล้ว เพราะเธอไปแต่งงานกับผัวฝรั่งใหญ่ยาวสุดหล่อ ตอนนี้เป็นสาวเสิร์ฟในร้านอาหารไทยที่เมกา

เติ๊ด มีแฟนสาว น่ารัก โน๊ะเนะ

ก้อยเป็นแฟนดาราหล่อคนหนึ่ง ที่เขาออกมาประกาศว่าคบเธอ แต่เธอบอกว่าสื่อ ก็ยังดู ๆ อยู่ค่ะ ตอนนี้เป็นแค่เพื่อน อนาคตไม่รู้(ช่างกล้านะยะ)

ส่วนโจ้ กับตี๋นั้น เขาบอกว่าเป็นเหมือนแม่ลูกคอยดูแลเขาไปแล้ว แต่ที่ตอนนี้ดูดีไร้ที่ติ เพราะกำลังอินเลิฟกับตี๋หล่อคนหนึ่ง


เสาร์นี้ 1 ทุ่ม ที่ฟลิปคาเฟ่ มีหนังฉาย

21 เมษายน
2-29 30 นาที โดย รัฐธิการ เจาะใจดี และ สันดุษิต กลิ่นเอี่ยม
ภายในเงา 4 นาที โดย สุทธิ์พงศ์ เปรมปรีดิ์
อจินไตย 6 นาที , ลาทีปีหมา 30 นาที , โดย สุรชาญ มั่นคงวงศ์สิริ
MV 4 นาที , Untitled 5 นาที , หนัง 10 นาที , 30 นาที โดย สถิตย์ ศัสตรศาสตร์
กระสอบ โดย 7 นาที นิติพงศ์ ถิ่นทัพไทย
รวมทั้งหมด 126 นาที

ที่ร้านฟลิปคาเฟ่

เข้าทางสาทร ซ.1 หรือ ซ.งามดูพลี ก็ได้ ใกล้รถไฟฟ้าใต้ดินลุมพินี อยู่ใต้หอพักฮันนี่เฮ้าส์ เยื้อง ๆ กับโรงแรมมาเลเซีย




edit @ 2007/04/17 03:23:20

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เยี่ยมมาก!

#1 By filmsick on 2007-04-17 02:34

เราอึดอัดมานานแล้วน่ะ แล้วความอึดอัดมันก็มาถึงจุดขีดสุดแล้ววววว

ขอบคุณที่อัพเดทชีวิตพวก happy berry ให้ฟัง รู้สึกจะมีความสุขกันดีนะ

#2 By merveillesxx (203.209.123.51) on 2007-04-17 02:43

ร่วมสนับสนุนด้วยคน
ถาม : เรากำลังต่อสู้เพื่ออะไร
ตอบ : เพื่อ...

( คำตอบอยู่ในใจของคุณ )
เราแวะไปอ่านบลอกโน้นมาแล้วล่ะ อิอิ

เราลืมบอกไปอีกอย่างนึงว่า

ในขณะที่เรากำลังหัวฟัดหัวเหวี่ยงกับเรื่องนี้ และพูดคุยกับเพื่อนที่ชอบดูหนังเหมือนกัน และมีความเข้าใจในเรื่องศิลปะมากกว่าเรา เค้ากลับมีอีกแง่มุมนึง
ที่เห็นต่างจากเรา ซึ่งเราว่านั่นก็เป็นความคิดที่ดีอยู่เหมือนกันนะ ออกแนวใช้ความนิ่งเป็นตัวสกัดกั้นอารมณ์

มันบอกว่าเราอินกับเรื่องนี้มากไปหรือเปล่า จริงๆแล้วฉากต่างๆที่ว่านั่น
ถ้าไม่มี เราก็อาจจะดูรู้เรื่องและเข้าใจถึงสิ่งที่ผู้กำกับต้องการสื่อก็ได้
ยกตัวอย่างเช่น เรื่องสุดเสน่หา
เราดูด้วยกัน ในเวอร์ชั่นที่ถูกตัดฉากบางฉากออกไป มันบอกว่า ก็ไม่ได้ทำให้
เราไม่เข้าใจ หรืองงงวยอะไร
มันก็ยังสามารถขบคิดได้ว่าหนังต้องการจะสื่ออะไร ดังนั้นเรื่องนี้มันจึงไม่เห็นด้วยที่เรามีอาการไม่ชอบใจ

แต่เราก็ได้ตอบกลับไปว่า
ในฐานะคนดู เราอาจจะทำแบบน้นได้
แต่เราไม่รู้ว่าในฐานะผู้สร้าง
เขาจะทนได้หรือไม่ ที่ต้องถูกกระทำแบบนั้น เรายกตัวอย่างเรื่องงานศฺลปะชิ้นนึง ที่มันทำ แล้วอาจารย์ไม่เห็นด้วย
และสั่งให้มันเลิกทำ ทั้งๆที่มันไม่ได้เป็นความผิดอะไรเลย เพียงแต่ความคิดของมันไปคนละทางกับอาจารย์เท่านั้น
อย่างนี้แล้วจะรู้สึกอย่างไร
มันบอกว่าก็จริง สุดท้ายแล้ว
เราสองคนก็ลงความเห้นกันว่า
คนที่น่าเห็นใจที่สุดก็คือ ผู้สร้างนั่นเอง

เอาล่ะค่ะ สู้ต่อไปนะคะ

#5 By *บลาสต์ on 2007-04-17 12:05

เพื่อ.....


ดูแฮ้ปปี้เบอรี่ จะแฮ้ปปี้สมชื่อจริงด้วย
ว่าแต่ จมูกคุณก้อยไปโดนอะไรมาหนะ

#7 By เด็กเกเร on 2007-04-17 13:20

เอาถ้วยไปเลยพี่
entry นี้

#8 By sofa on 2007-04-17 20:28

สุดยอดอ่ะพี่

ใช่แล้ว เราควรจะต้อง ต่อสู้ เพื่อให้เราคิดอะไรได้เองบ้างแล้ว

ยูทูบนั่นประไร

ทำอย่างกับคนไทยรักในหลวงเองไม่เป็น
ต้องให้กระทรวงไอซีทีมาแสดงความรักให้

โธ่

#9 By bact' (58.136.73.145) on 2007-04-17 20:48

โห เห็นภาพกันเลยทีเดียวฮะ

มันเป็นอย่างนี้นี่เอง

:D

#10 By แ พ ท (125.25.188.53) on 2007-04-18 02:49

โห เห็นภาพกันเลยทีเดียวฮะ

มันเป็นอย่างนี้นี่เอง

:D

#11 By แ พ ท (125.25.188.53) on 2007-04-18 02:49

เป็นสิ่งที่ไม่ควรจะวางเฉยตั้งแต่ต้นแล้วล่ะครับ

ดีใจที่มีหลายๆคน จากหลายๆฝ่ายมาร่วมกัน "สู้" อย่างที่ว่า

ปล. อยากจะบอกว่า อยากดู happy berry มากมายครับ เป็นความด้อยโอกาสหลายๆครั้ง ที่ทำให้พลาดเรื่องนี้เสียทุกทีไป ฟังจากคนอื่นเล่ามาเสียจนจะรู้เรื่องหมดแล้ว

แต่ก็ยังรอโอกาสต่อไปครับ ต้องมีสักวันแหล่ะน่า

ร่วมด้วยช่วยสู้ครับ

#12 By zoxmok on 2007-04-18 11:48

แวะมาตอบคุณดินสอพองครับ

ว่ามีคำหนึ่งที่ผมเห็นคุรดดมเคยให้สัมภาษณ์ไว้และผมคิดว่าเหมาะต่อการอธิบายได้มาก ว่าทำไมจึงไม่สามารถตัดฉากใดๆได้

เพราะว่าหนังเรื่องนี้มันเป็น-อณู - ครับ

ในฐานะหนังเล่าเรื่อง ถ้าฉากไม่สำคัญคงตัดได้ไม่ยากนัก (หมายถึงไม่มีผลเสียต่อความเข้าใจในตัวเรื่อง)

แต่ยังมีหนังที่ไม่เล่าเรื่องครับ หนังที่ไม่ได้ต้องการตั้งคำถามด้วยเรื่องเล่า แต่ตั้งคำถามด้วยผลประมวลรวมของภาพ ความเคลื่อนไหว และเสียง

บางครั้งเรื่องเล่าจึงถูกกดไปอยู่ต่ำสุดในหนังชนิดนี้

ผมไม่สามารถตัดสินได้ว่าแบบไหนตัดได้หรือไม่ได้ เพียงแต่พยายามอธิบายว่า ในกรณีนี้ มันไม่ควรตัดอย่างยิ่ง

ถ้านี่เป็นเรื่องสั้นของผม (ผมไม่เคยทำหนังแต่เขียนเรื่องสั้นอยู่บ้าง) ผมยินดีเก็บเข้ากรุซ่อนไว้ในบ้านดีกว่าจะเอาลงตีพิมพ์แบบไม่ครบตามที่ตัวเองเขียน (เอาเข้าจริง แค่แก้คำ หรือเว้นวรรคตอนพลาดก็น่าโกรธแล้วครับ)

#13 By filmsick on 2007-04-18 16:31

ชอบบทความนี้จริงๆ ครับ
บอกตรงๆ อ่านแล้วอารมณ์ขึ้น

ขอสู้ด้วยคนครับ

#14 By กูหมี on 2007-04-18 22:40

เพื่อสิ่งที่เราเชื่อคับ เราอยากรอดูเรื่องนี้เร็วๆจัง

#15 By nop on 2007-04-19 02:16

เสียใจ

#16 By หนู (58.8.181.64) on 2007-04-19 04:02

เห็นด้วยทุกประการ
น้ำลายไหลแหะ

#18 By A l h o n g on 2007-04-20 20:22

สวัสดีพี่ปุ่น ช่วงนี้เราไม่ค่อยได้คุยกันเลยนะ
รู้ว่าพี่คงมีเรื่องลำบากใจมากมายต้องคิดต้องทำ
กรณีนี้เราสนับสนุนอย่างเต็มที่
ประเทศเราไม่พัฒนา เพราะผู้มีอำนาจไม่เห็นความสำคัญ
ทั้งต่อตัวศิลปะ และความเป็นคน
gunbattene!

#19 By 1812 on 2007-04-21 10:33

กลับมาแว้ว

#20 By tramas* on 2007-04-23 10:27

ขอบคุณมากค่ะ question question