ความจริง-ความฝัน
posted on 18 Jan 2007 06:25 by thunska2ช่วงนี้ผมติดละครอยู่สองเรื่อง
เรื่องแรกเป็นละครไต้หวัน จันทร์ถึงศุกร์ ตอนตีสองครึ่ง ช่องสาม
ฝันรักอ่าวโลมา
เล่าเรื่องของหญิงสาวเด็กกำพร้า ที่สัญญากับเพื่อนผู้ชายคนหนึ่ง
ว่าจะอยู่ด้วยกัน แต่เขาก็โดนคนรับไปเลี้ยง และไม่กลับมา
พอโต นางเอกอยู่กับแม่ยากจนขายบะหมี่
และเธอมีฝันอยากเป็นนักร้อง
บุคลิกของผู้หญิงในเรื่องนี้
ผู้ชายอาจจะรู้สึกว่าเธอบอบบาง น่าทะนุถนอม
เพราะมีเรื่องอะไร เธอจะเอาแต่ร้องไห้
แล้วโทรศัพท์ให้พระเอกมาช่วย
ตามสูตร พระเอกคือเด็กคนนั้น แต่ทั้งสองจำกันไม่ได้
ตอนนี้เขาเป็นผู้บริหารค่ายเทป
แล้วก็มีพระรองเป็นโปรดิวเซอร์ค่ายเพลง
ที่กำลังหานักร้องใหม่ ซึ่งก็คือนางเอก
จริง ๆ ผมติดละครเรื่องนี้
ด้วยความรำคาญ
โปรดฟังอีกครั้ง ด้วยความรำคาญ
ไม่รู้ว่าตัวละครมันจะงี่เง่ากันไปถึงไหน
อยากจะรู้ว่าสุดท้ายพระเอกกับนางเอกจะจำกันได้ยังไง
อยากรู้ว่านางเอกจะกลายเป็นนักร้องดังยังไง
ทั้งที่รู้ว่ามารูปนี้แล้ว นางเอกต้องประสบความสำเร็จแน่ ๆ
รำคาญในความงี่เง่าของนางเอก
ที่เอาแต่บีบน้ำตา
และพระเอกก็แสนดี ที่คอยช่วยเหลือนางเอก
มีเพื่อนบ้านนางเอกที่คอยช่วยเหลือ
มีพระรองที่เป็นโปรดิวเซอร์ที่คอยปั้นนางเอก
แต่พระรองจะเป็นคนอารมณ์ศิลปิน
(ทำไมคนชอบให้พวกศิลปินเป็นพวกอารมณ์แปรปรวนก็ไม่รู้)
บทจะโหดก็โหดฉิบหาย
แล้วน้ำตานางเอกก็ละลายความโฉดของพระรองคนนี้ได้
ละครอีกเรื่องที่ติดงอมแงม
วันเสาร์อาทิตย์บ่ายโมงใครอย่าโทรมา
อย่าชวนไปไหนเชียว เพราะช่องไอทีวี
เขาฉาย Spring Waltz
ซีรี่ส์ฤดูสุดท้ายที่ต่อจาก Autumn in My Heart
Winter Love Song และ Summer Scent
โดยปรกติภาคอื่น ๆ(จริง ๆ ติดตามเฉพาะแค่ Autumn)
จะแสนสุขตอนต้น แล้วมารันทดหดหู่ตอนท้าย
แต่ Spring Waltz มีวิธีเล่าที่ดูจะฉลาดกว่า
ด้วยการตัดสลับวัยเด็กกับปัจจุบันไปเรื่อย ๆ
เพื่อเผยความลับบางอย่าง
ที่สำคัญคือ หดหู่มาแต่แรก น้ำตาแตกทุกตอน
ตอนเด็กพ่อพระเอกตอแหลชาวบ้านว่ามาจากอเมริกา
ทำให้พระเอกต้องคอยโกหกคนอื่น พวกเขาอาศัยอยู่บ้านนอก
หมู่บ้านเล็ก ๆที่มีครอบครัวนางเอกกับแม่อยู่กันตามลำพัง
พ่อหม้ายรักกับแม่ม่าย แต่ความจริงพ่อหลอกเอาเงิน
ที่ผู้หญิงคนนี้เก็บสะสมไว้เป็นค่ารักษาอาการป่วยของลูกสาว
พ่อพระเอกเชิดเงินหนี ทิ้งลูกชายไว้
แม่นางเอกตามล่าเขาไปถึงโซล แต่ไม่เจอ สุดท้ายโดนรถชนตายซะงั้น
พระเอกกับนางเอกไม่รู้ว่าแม่นางเอกตาย
แถมเชื่อว่าตัวเองจะไปหาพ่อเจอในเมืองใหญ่
ตัดมาตอนโต พระเอกมีอีกชื่อหนึ่ง และกลายเป็นนักเปียโนชื่อดัง
อาศัยอยู่ออสเตรีย ส่วนนางเอกได้รางวัลออกแบบเป็นตั๋วเที่ยวออสเตรีย
พระรองหล่อสุด ๆ เป็นลูกครึ่ง เป็นผู้จัดการส่วนตัวของพระเอก
และพระรองรักนางเอก ทำดีกับเขาแทบตาย
เพื่อจะรู้ว่าสุดท้าย นางเอกก็รักพระเอกอยู่ดี
พระเอกก็เย็นชาเสียเหลือเกิน
คอยหาเรื่องให้นางเอกเจ็บช้ำน้ำใจสารพัด
และพระเอกพยายามจะสืบว่านางเอกคือคนเดียวกับตอนเด็กหรือไม่
เพราะพ่อเลี้ยงของพระเอกบอกว่านางเอกตายไปแล้ว
ต้องคอยลุ้นกับอดีตของพวกเขา
คอยลุ้นกับความรักของพวกเขา
เวลาดูละครมันสุขอย่างนี้เอง
นี่ยังไม่นับละครอีกเรื่องของนาย เรน นะ
ที่ไม่ได้ตั้งใจดูเท่าไหร่
แต่จับความได้คร่าว ๆ ว่า นายเรนแสดงเป็นคนเหี้ย ๆ อีกแล้ว
คราวนี้สำมะเลเทเมา วัน ๆ เอาแต่ลงโทษตัวเอง
และรู้สึกว่าคนอย่างตัวเองไม่ควรคู่กับการที่จะให้ใครมารัก
นางเอกก็แสนดี ทำทุกอย่างเพื่อ
แต่พระเอกก็เหี้ยได้ใจอยู่นั่นเอง
และเชื่อหรือไม่ ผู้ชายอย่างนี้ล่ะ ที่มีสเน่ห์ฉิบหาย
ผู้ชายเย็นชา ใจร้าย มีอุดมการณ์โง่ ๆ
ขณะที่ตัวรองนั้น แสนดีสุด ๆ
แต่นางเอกก็โง่พอจะรักคนแบบพระเอกนี่ล่ะ
ลากมาซะยาว
ก็เพื่อจะบอกว่า
ตอนนี้ชอบที่จะหนีโลกแห่งความจริง
เข้าไปอยู่กับละครน้ำเน่า
น้ำตาไหลพราก ๆ ถอนหายใจเฮือก ๆ
และฝันถึงชีวิตที่ไม่เคยเป็นจริง
เมื่อคืนคุยกับเพื่อนถึงเรื่องชีวิต
ช่วงนี้คุยกับใครต่อใครเรื่องอยู่ยังไง
มีหลาย ๆ คนเข้าใจว่า
ผมไม่ทำการทำงาน
วัน ๆ ไล่ตามความฝัน
และมีเงินใช้สบายใจ
เปล่าเลย
เพื่อนบอกว่า
ต้องใส่ใจทำไมถึงเรื่องที่ผ่านไปแล้ว
วัน ๆ กูแค่คิดว่า พรุ่งนี้จะเอาอะไรกิน
ก็หมดเวลาแล้ว
นั่นสิ
ผมมีการมีงานที่ได้เงินทำเป็นประจำนะครับ
เพียงแต่งานของผมไม่ได้เข้าออฟฟิศตอกบัตร
งานของผมอยู่หน้าคอม
อาทิตย์นึงก็ใช้เวลาไม่มากหรอก
แต่เงินก็ไม่ได้เยอะขนาดอยู่ได้สบาย
แต่ก็คิด ๆ ๆ ๆ ๆ และทำ ๆ ๆ ๆ ๆ
พอมานึกอย่างนี้
เลยคิดว่า เออนะ
ไอ้ละครที่เราติดหนึบหนับนี่น่ะ
มันน้ำเน่าและพาเราไปไกลชีวิตจริง จริง ๆ เลย
พระเอกนางเอกสวยหล่อ พระรองแสนดี
วัน ๆ นั่งเพ้อเจ้อเรื่องความรักเป็นสาระสำคัญ
คุณคิดยังไงกับผม คุณรักฉันมั้ย
หรือไม่ก็ฝันอยากเป็นในสิ่งที่ดีกว่าที่เป็นอยู่
ฉันจะต้องเป็นซุปเปอร์สตาร์เข้าสักวัน
ช่วงนี้เจอหลายคนมาก
ที่แบบว่าบ้านรวยหน่อย
พ่อแม่มีเงินให้ใช้
รับจ๊อบแนว ๆ เล็ก ๆ น้อย ๆ
ไม่ได้หาเงินหรอกนะ เพราะเงินที่ใช้แดกไปวัน ๆ
เติมน้ำมันรถ จ่ายค่าโทรศัพท์ เป็นเงินพ่อเงินแม่สะสมมาทั้งนั้น
แต่เพื่อไปถึงซึ่งความฝัน หาพระแสงของ้าวอะไรก็ไม่รู้
เจอน้องอีกคนคุยกันเมื่อเดือนก่อน
อยากจะเอาสิ่งที่ทำไปเสนอบริษัท
และคิดว่างานนี้ มันช่างยอดจริง ๆ เลยจ๊อด
แต่มันหน่อมแน๊มมากเลย
เมื่อเราได้เอามาดู(ขอไม่บอกว่าคืออะไร)
พระเจ้าช่วย เราไม่เคยมาหาจุดบกพร่องว่า
ทำไมถึงไม่มีบริษัทไหนเขาเอา
และทึกทักไปคนเดียวว่ามันเจ๋งสัดแล้น
มีเพื่อนอีกคน ตอนนี้ไม่รับงานเหี้ยไรเลย
เพราะฝันว่าจะทำหนัง
บังเอิญหนังไปได้รางวัลมา ได้เงินมาหลายแสน
แต่ขอโทษ ส่วนหนึ่งคือจ่ายหนี้
อีกส่วนพี้ยา ที่เหลือค่าเซ็กซ์
ช่วยด้วย
แล้วที่ทำคือพยายามดิ้นรน
สิ่งที่ดิ้นรนคือ การพยายามคิดค้นว่า
ทำหนังอย่างไร ให้โดนใจนายทุน
แล้วก็คิดไว้ล่วงหน้าว่า มันต้องได้รางวัลอีกแน่ ๆ เรย
เพราะกูเจ๋ง
ที่เขียนมาขนาดนี้ ตัวเราเองก็ไม่ได้ดีไปกว่าใครเลย
เคยมานั่งนึก ๆ ว่าช่วงนี้ รับงานฟรี คืองานที่ไม่ได้ตังค์หลายจ๊อบเหมือนกัน
เหนื่อยแต่ก็เป็นสุข
แต่ก็ต้องเจียดเวลาให้งานที่ได้ตังค์ด้วย เพิ่มขึ้น เหนื่อยขึ้น
เพราะไหนจะค่าเดินทาง เชื่อไหมว่าแค่ค่ารถ ก็หมดไปอย่างน้อยสองร้อยต่อวัน
นี่ไม่นับว่าวันไหนสายต้องนั่งมอไซค์ก็ปลิวไปแล้วสามสี่ร้อย
จำได้ว่าปีที่แล้วมีวันนึงจนสัด
เสือกป่วยอีก
เข้าโรงบาลไปเอากล้องส่องลำไส้ ปลิวไปเกือบหมื่น
แถมต้องเครียดเรื่องผู้ชายเฮงซวยที่เหี้ยได้เหี้ยดี
แล้วเราก็ยังมานั่งเพ้อว่า รักเขาว่ะทำไงได้
พอหลังจากนั้น ไม่กล้าป่วย
เพราะถ้าป่วยเมื่อไหร่ กูจะเอาที่ไหนยัดห่าล่ะเนี่ย
ความรักหรือ เป็นเรื่องตอแหลแท้ ๆ
แต่ก็นั่นล่ะ คนเราไม่เคยจำ
เรายังคนทำมาหาแดก เพื่อสิ่งที่เป็นความฝันลมแล้ง
เพื่ออะไรสักอย่าง เพื่อสิ่งที่เราคิดว่ามันเป็นความสุข เป็นความรัก
เมื่อไหร่ชีวิตจะเรียนรู้นะ
เมื่อไหร่จะหายโง่เสียที
เมื่อไหร่จะลุกขึ้นมา ไม่นั่งจมปลักกกับเรื่องเศร้างี่เง่าในอดีต
ใครจะเป็นจะตาย คนที่จากไปแล้ว ตายไปแล้ว
ก็ปล่อยให้มันตายไป
ทั้งหมดทั้งมวล มันแค่ความรู้สึก
คือสิ่งที่เราสร้างมันขึ้นมา
ไม่มีใครทำให้เราเจ็บใจ ถ้าเราไม่รู้สึกว่ามันเจ็บ
เมื่อสัปดาห์ก่อนออกอาการวีนกับใครคนหนึ่ง เดือนที่แล้วก็วีนแตกกับเพื่อน ๆ
ตอนนี้ดูจะเป็นมารร้ายที่ใคร ๆ เขาแขยง
ดูไร้เหตุผล แต่เอาเหอะใครจะหาว่าไงก็ช่าง
เราไม่ใช่คนดีเด่อะไร
แต่อย่างน้อยเรารู้ว่าเรากำลังทำอะไร
ต้องการอะไร
แม้จะโง่บ่อย ๆ ก็ตาม
แต่อย่างน้อยชีวิตก็บาลานซ์ขึ้น
ไม่ได้สมดุลมาก แต่ก็ไม่เอียงกะเท่เร่
ดำดิ่งจมปลักเศร้าสร้อยทุกข์ใจ
ขอบใจว่ะเพื่อน
กูชอบคำนี้จริง ๆ
แค่คิดว่าพรุ่งนี้จะเอาอะไรแดกก็หมดเวลาคิดมากแล้ว
แต่กูก็ดีใจนะ ที่ได้ทำในสิ่งที่ฝันด้วย
แม้มันจะไม่ได้ดีเริ่ด
แม้มันจะใช้เวลานานสัด เห็นผลช้ามาก
แต่มันก็ไปด้วยกันได้กับความจริง
เมื่อก่อนหงุดหงิดมากทีแม่ชอบบ่น
ว่าเมื่อไหร่จะเหมือนลูกคนอื่นที่เขามีการมีงานดี ๆ ทำ
พ่อแม่จะได้สบาย
ตอนนี้ซึ้งจริง ๆ
หวังว่าถ้าถึงเวลานั้น
คงยังพอจะมีแรงทำสิ่งที่ฝันได้ด้วยนะ สาธุ
ปล.ถึงเพื่อน
กูว่าเสียเวลาที่จะเศร้า
อะไรที่ผ่านไปแล้วก็คือสิ่งที่ผ่านไปแล้ว
จะมัวคิดถึงมัน ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนนะ
มึงมีอะไรหลาย ๆ อย่างที่ดีกว่ากูตั้งเยอะ
แล้วกูว่าในโลกนี้ก็มีคนอีกเป็นหลายร้อยล้าน
ที่ชีวิตฉิบหายกว่าเรา
ขณะที่กูด่ามึงอยู่นี้ กูก็ด่าตัวเองด้วยเช่นกัน
ONELOVE
Ost-Spring Waltz

มีสติอยู่กับตัวจะกลัวอะไร
)

#1 By แมวหลวงหน้าหล่อ-จั่นเจา on 2007-01-18 07:11