blog tag

posted on 08 Jan 2007 04:15 by thunska2

blog tag คล้าย ๆ จดหมายลูกโซ่ มันเริ่มมาจากบลอกไหนซักแห่ง ตั้งแต่ปีใหม่

อันนี้รู้มาจาก 1812 เขาว่ามีคนทำเป็นชาร์ทด้วย ให้ไปอ่านที่ http://www.keng.ws/files/blog-tag_trace.html

การโดน blog tag คือคนคนนั้น จะต้องเล่าเรื่องที่คนอื่นไม่เคยหรือไม่ค่อยจะรู้เกี่ยวกับคุณ มา 5 ประการ หลังจากนั้น ให้ blog tag คนอื่นต่อไปอีก 5 คน

--------------------------------------------------------------------------------


เฮ้อ โดน โดนซะละ จริง ๆ ไม่อยากโดนเรย เพราะเป็นคนที่เล่าเรื่องอะไร ๆ ที่คนอื่นไม่ค่อยจะรู้ของตัวเองไปแล้วเยอะมาก ที่เหลือ ที่ไม่เคยเล่า ล้วนเป็นเรื่องที่ไม่อยากเล่าจริง ๆ

พยายามทำตัวเงียบ ๆ ไม่ตุกติกกระโตกกระตาก กะว่าจะใจหมาสักหน่อย แต่โดนไปซะ 4 จาก

http://1812.exteen.com/
http://untitled027.exteen.com/
http://bookhemian.exteen.com/
http://maximomlist.exteen.com/

และเพิ่งรู้ว่าโดน แท็กจาก

http://scarletntg.exteen.com/ ที่เข้าไปแท็ก บลอกเก่าเราซะงั้น

ยังไงก็ขอบใจละกัน

--------------------------------------------------------------------------------


เอาล่ะ ถ้าอยากรู้นัก ก็เชิญอ่านกันได้เรย คิดว่าเกือบทั้งหมดในนี้ที่กำลังจะบอก บางเรื่องแม้แต่เพื่อนสนิทก็ยังไม่เคยรู้

ชื่อ
ชื่อจริงคือ ธัญสก ซึ่งควรจะอ่านว่า ทัน-สะ-กะ เป็นชื่อที่ผมตั้งเอง ใช้ตั้งแต่ต้นปี 1998 เพราะรู้สึกว่า ถึงเวลาแล้วที่ต้องเปลี่ยนตัวเอง และผมเกลียดชื่อเดิม เพราะว่า มันเป็นชื่อที่ไม่ได้ตั้งโดยพ่อแม่ ผมเป็นคนเกิดวันจันทร์ ซึ่งไม่ควรมีสระ แต่มีไม้หันอากาศได้ ธัญ และ สก(อ่านว่าสะกะ) คำสองคำนี้ เป็นคำที่มีสองความหมายทั้งคู่ ธัญ มีความหมายว่า 1.เมล็ด พืชพันธุ์ 2.โชคดี รุ่งเรื่อง ความเจริญ สก หากอ่านว่า สก จะแปลว่า เส้นผม แต่ถ้าอ่านว่า สะกะ จะแปลว่า ฝ่ายเรา หมายถึง พวกพ้องเรา เพื่อนเรา ครอบครัวเรา รวมกันจึงแปลได้ความว่า ความโชคดี ความรุ่งเรือง ฯลฯ จงมีแด่ฝ่ายเรา แต่ความจริงแล้ว ผมเพิ่งรู้มาไม่นานนี้เองว่า ชื่อของผมนั้น เกิดการสมาสคำกันผิด(ผมไม่แน่ใจว่าควรใช้คำว่า สมาส หรือสนธิ เพราะจำไม่ได้แล้วว่าคำไหนเป็นปาลี คำไหนสันสกฤต) อันที่ถูกควรจะเป็น สกธัญญะ (สะ-กะ-ทัน-ยะ)คือให้คำขยายนำหน้าแล้วเติมสระอะ แต่ช่างเหอะ เพราะยังไงชื่อนี้ก็ตั้งเอง เกิดจากการเปิดตำราตั้งชื่อ และพจนานุกรม ผสมกับความเศร้าสุด ๆ อันเป็นวิกฤตซึ่งเกิดหลังวันที่ 28 ธันวาคม ปี 1997 แต่ที่ทำให้เซ็งคือ เมื่อปีที่แล้ว เอาชื่อ-นามสกุลไปลองกดในเว็บดูดวงแห่งหนึ่ง ได้พบว่า หากแยกชื่อแบบเดี่ยว ๆ นั้น จะเป็นชื่อที่มีแต่ความโชคดีเป็นอันมาก แต่เมื่อรวมกันกับนามสกุลแล้ว จะพบว่า เรื่องทุกเรื่องในชีวิตนั้น ดีหมด ยกเว้น.....ความรัก.....ถ้าเลือกได้ ผมยอมโชคร้ายหายนะ ยกเว้น ความรัก จังเลย


รอยสัก
ผมเริ่มสักเมื่อปี 1998 มาเรื่อย ๆ ตอนนี้มีอยู่ 7 แห่ง

1.รอยสักแรกของผมเกิดขึ้นที่ข้อมือซ้าย ในตำแหน่งของ ชีพจร คือสองนิ้วนับจากข้อมือ เป็นรอยสักที่เจ็บที่สุด เลือดไหลเยอะที่สุด เพราะผิวตรงนี้คือส่วนที่บาง และเต็มไปด้วยเส้นเลือด มันเป็นตัวอักษรจีน อ่านว่า เฉียง ซึ่งเป็นตัวหนึ่งในชื่อภาษาจีนของผม พ่อแม่ผมเป็นคนจีน พ่อจะเลือกคำหนึ่ง แม่จะเลือกอีกคำหนึ่ง แล้วเอาตัวอักษรทั้งสองตัวมารวมเป็นชื่อผม อ่านว่า เหว่ยเฉียง(ชื่อนี้ เป็นชื่อเดียวกัน ตัวอักษรเดียวกัน กับผู้กำกับหนังฮ่องกง แอนดรูวเลา จาก Infernal Affairs ซึ่งชื่อจีนเขาจะอ่านเป็นจีนกลางว่า หลิวเหว่ยเฉียง ของผมแซ่พัน จึงเป็น พันเหว่ยเฉียง) เหว่ย เป็นตัวอักษรที่พ่อตั้ง แปลว่า กล้าหาญ เฉียง เป็นตัวอักษรที่แม่ตั้ง แปลว่า เข้มแข็ง ผมเลือกที่แรกบนข้อมือซ้าย เพราะเชื่อว่า ขวาร้าย ซ้ายดี ที่ข้อมือ เพื่อจะเตือนสติอะไรบางอย่าง จบหัวข้อของรอยสัก คุณจะรู้ว่าทำไม

2.แห่งที่สอง เป็นรูปค้างคาวจีน ที่ต้นคอด้านหลัง ค้างคาวจีนมีเสียงพ้องกับคำจีนว่า ฮก ใน ฮก ลก ซิ่ว ซึ่งฮกหมายถึงรุ่งเรือง ที่เลือกไม่ใช่เพราะอยากเจริญก้าวหน้า แต่ถ้าใครเคยเจอเราในเวลานั้น เราเป็นคนที่หดหู่สุด ๆ อยู่ตรงไหนก็จะรู้สึกได้ถึงวิญญาณมืดหมอง อยากจะได้คำนี้ เพราะมันเป็นคำที่ดู bright และเหมือนอวยพรตัวเอง ที่เลือกตำแหน่งหลังหัว เพราะรู้สึกว่าอยากจะจำใส่ใจไว้ในหัวว่า.....

3.ตำแหน่งที่สาม อยู่ตรงข้อเท้า เป็นรูปแมงป่อง ผมเกิดวันที่ 22 ตุลาคม เป็นราศีตุลย์ ที่คาบเกี่ยวกับพิจิก คือถ้าผมเกิด 24 ผมจะกลายเป็นพิจิก แต่บางตำราก็ว่าเขานับพิจิกตั้งแต่วันที่ 21 อย่างไรก็ตาม ผมพบว่าผมมีบุคคลิกของตาชั่งมากกว่า คือโลเล โน้มเอียง เถียงหัวชนฝา โอนเอน และยอมคน ผมอยากมีความเป็นพิจิกอยู่ในตัว คือร้าย มีพิษ มีเปลือกแข็ง และไม่ชอบยุ่งวุ่นวายกับใคร แต่ถ้าใครมาเจาะแจ๊ะด้วย และทำลายเปลือกหุ้มอันแข็งแรงนั้นเข้ามาได้ ก็ต่อยถึงตายได้เหมือนกัน อันที่จริงมันมาจากหนังเรื่องหนึ่งด้วย The Crying Game ที่นางเอง(หรือพระเอกดีหว่า เพราะเธอเป็นปู้จาย) เล่าเรื่อง กบกับแมงป่อง แมงป่องร้องขอให้กบพาข้ามฟาก กบบอกว่าไม่ได้หรอกเพราะเธอจะต่อยฉันตาย แมงป่องบอกว่า ไม่หรอกเชื่อฉันสิ กบใจอ่อน และยอมให้แมงป่องขี่หลังว่ายน้ำไปอีกฝั่ง กลางลำน้ำนั้น แมงป่องต่อยกบตายและจมหายไปด้วยกัน มันพูดว่า ขอโทษนะ ฉันก็ไม่ได้อยากจะทำอย่างนี้ แต่มันเป็นสัญชาติญาณของฉัน รู้ตัวอีกทีฉันก็ทำไปแล้ว จากทั้งสองเรื่องนี้ ผมจึงคิดว่าผมควรจะสักแมงป่องไว้ที่ข้อเท้า เพื่อผมจะเดินไปแบบไม่โลเล ตามสัญชาติญาณ ดุร้าย มีพิษ ใครจะเกลียดก็ไม่กลัว เพราะรู้ว่าสิ่งที่ต้องการจะไป จะทำคืออะไร แต่ในเรื่องของความรัก ผมมักจะบอกตัวเองเสมอว่า ผมจะไม่ทำแบบเดิมอีกแล้ว แต่สุดท้ายมันก็เป็นแบบนั้นอีกจนได้ เมื่อก่อนเคยคิดว่าคงต้องปรับตัวสักที แต่ตอนนี้คิดว่า ถ้าเราจะคบกัน อีกฝ่ายก็ควรจะรู้ว่า เราเป็นแบบนี้ ถ้ารับไม่ได้ ก็ไปเถอะ เราเป็นแบบนี้เอง ช่วยไม่ได้จริง ๆ

4.ข้อศอกขวาด้านในติดลำตัว จะมีรูป ดวงตาฮอรัส เซ็งนิดหน่อยตรงที่ สักไปไม่ถึงปี ติ๊นาก็ออกอัลบัมชื่อ โกลเด้นท์อายส์ ใช้รูปนี้เป็นโลโก ฮอรัส เป็นบุตรของรา ดวงตานี้เป็นสัญลักษณ์ที่จะเขียนไว้ในปิรามิด อันเป็นที่ฝังพระศพ คอยจ้องจับตา ไม่ให้ใครล่วงล้ำเข้ามายังสุสานฟาโรห์ ผมเคยเชื่อว่า ผมตายไปแล้วตั้งแต่ 28 ธันวา 1997 ตำแหน่งข้อศอกขวามันคือตำแหน่งใกล้ลำตัว คือจุดที่บังคับแขน ให้ปัดป้อง ผลักไส อย่าให้อีกฝ่ายย่างกรายเข้ามา หรือไม่ก็ไขว่คว้า โอบกอดให้เขาเข้ามาหาตัว

5.หน้าแข้งขวา เป็นอักษรจีน อ่านว่า ชุน คำนี้มีสองความหมาย ความหมายหนึ่งคือ ฤดูใบไม้ผลิ อีกความหมายจะเป็นคำที่ใช้ประกอบกับ มัวเมา ลุ่มหลง หรืออะไรที่เชื่อมโยงกับคำว่า เซ็กซ์ ช่วงเวลาหลัง 28 ธันวา 1997 ผมเชื่อในสิ่งนั้น แต่ไม่ได้หมายความว่า เซ็กซ์บำบัดความเหงาได้ แต่มันคือการไขว่คว้า เพื่อจะค้นหาว่าใครคือคนที่จะรักมากกว่าคำว่าเซ็กซ์ งงมั้ย ช่างเหอะ ไม่ต้องเข้าใจหรอก ที่สักไว้ที่หน้าแข้งขวา เพราะเวลาจะทำอะไร อวัยวะส่วนนี้ ตัวเองจะไม่ค่อยเห็น แต่เวลาใดที่กอดเข่า เจ่าจุก หรือกอดเข่าร้องไห้เสียใจ เราจะเห็นหน้าแข้งตัวเองทุกที

6.นิ้วมือซ้ายข้อแรก เป็นอักษร life ชีวิต ตั้งใจให้เขียนเหมือนเด็ก ๆ เขียนเล่น อยากรู้สึกเหมือนเกิดใหม่อีกครั้ง อยากเตือนตัวเองถึงคำว่าชีวิต ข้อต่อไปคุณจะรู้ว่าทำไม ผมจึงหมกมุ่นกับลมหายใจและการมีชีวิตอยู่

7.รอยสักล่าสุดนี้ เกิดขึ้น 5 วันก่อนออกเดินทางไปร่วมเทศกาลหนังที่ฮ่องกงกับใครคนหนึ่ง เมื่อปีที่แล้ว ข้อมือขวา ที่มีความหมายถึงโชคร้าย เป็นรูปลวดหนาม ที่ตรงกลางคือพระอาทิตย์สีฟ้า ฟ้าคือความเศร้า อาทิตย์คือความอบอุ่น การสักในแต่ละครั้ง คือเวลาที่มีเรื่องเศร้าหนัก ๆ เศร้าจนถึงขั้นอยากตาย ข้อมือเรามักจะมีรอยกรีด รอยเย็บ เวลาที่มีเรื่องไม่สบายใจหนัก ๆ เสียใจสุด ๆ วันรุ่งขึ้น ผมจะออกไปสัก ดังนั้น ความจริง รอยสักคือการทำบันทึกสถิติการฆ่าตัวตายของตัวเอง ที่ก่อมาแล้ว 7 ครั้ง ด้วยวิธีแตกต่างกัน

28 / 12 / 97
เป็นวันที่ทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนไป รู้สึกเหมือนลมหายใจจะเหือดหายไป และจะหายใจไม่ออกอีกเลย คือวันที่เรากับคนที่รักมากที่สุด ต้องกลายมาเป็นคนแปลกหน้า เป็นคนที่เกลียดชังกันมากที่สุด ใช้เวลาเป็นแรมปีเพื่อจะพบว่า เออ เรายังมีชิวตอยู่ ยังหายใจได้ ตอนไปญี่ปุ่น เมื่อปีที่แล้ว นักประวัติศาสตร์ภาพยนตร์คนหนึ่งในมูลนิธิญี่ปุ่นที่โตเกียวบอกว่า วันที่ 28 ธันวาคม เป็นวันที่มีภาพยนตร์เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก ไม่รู้จริงหรือเปล่า หรือฟังผิด หรือเขาจำผิดก็ไม่รู้ ไว้เดี๋ยวจะค้นดูอีกที แต่ขี้เกียจ แต่สำหรับเรา มันไม่ได้มีความหมายนั้น ฟังดูเป็นเรื่องน่าขัน สำหรับคนทำหนัง ที่เอาตัวเลขวันที่อกหัก มาปรากฎในหนังอยู่บ่อย ๆ ไร้สาระ และไม่เห็นจะยิ่งใหญ่เหมือนวันที่มีหนังเกิดขึ้นครั้งแรกบนโลก แต่สำหรับเรา วันนี้ มันสำคัญ มีความหมาย และยิ่งใหญ่ เพราะมันคือวันที่หลังจากนั้น ชีวิตเราเปลี่ยนไป ไม่เหมือนเดิม ตลอดกาล

กลัวที่แคบ กลัวคนเยอะ กลัวการถูกถ่ายรูป
ตอนเด็ก ๆ ถูกตี เราว่าตอนเด็ก ๆ เป็นเด็กเรียบร้อย พยายามจะทำดีกับพ่อ เพราะพ่อดูจะรักน้องมากกว่า เพื่อนพ่อมากินเหล้าที่บ้าน โมโหเรื่องเราต้มไข่ไม่สุก ตอนนั้นเราน่าจะอยู่แค่ป.2มั้ง และเรื่องมันงี่เง่าไม่เป็นเรื่องเอามาก ๆ เราจำได้ไม่แม่นนัก แต่คิดว่าเป็นเรื่องต้มไข่นี่ล่ะ เขาเมา เขาตีเรา เราด่าหนัก อย่างที่ไม่เคยด่าใครหยาบคายแบบนี้ และเขาก็งงที่ไม่คิดว่าคนเรียบร้อยอย่างเรา จะด่าผู้ใหญ่ เพื่อนพ่อเข้ามาตีเรา บีบคอ เราตะเกียกตะกายปัดป้อง ถีบทึ้ง พ่อเดินเข้ามาเอาไม้มาฟาดเรา ด้วยข้อหาที่ไม่เชื่อฟังผู้ใหญ่ ด่าผู้ใหญ่ หลังจากนั้น โลกของเรากับพ่อก็ไม่เคยบรรจบกันอีกเลย เราถูกจับขังไว้ในห้องน้ำ เพื่อให้สำนึกผิด ปิดไฟ ร้องไห้ เราใช้เวลาหลังจากนั้นอีกหลายปี เพื่อจะหายอาการกลัวที่แคบ ตู้โทรศัพท์ เราเข้าไปไม่ได้ หรือไม่ก็ถ้าหลงเข้าไป เราจะออกไม่ได้ ในลิฟท์ ถ้าเลือกได้ เราขอเดินขึ้นบันได คนเยอะ ๆ ที่คนแน่น ๆ ทำให้เราอึดอัดหายใจไม่ออก ไม่รู้ว่าอาการเหล่านี้มันหายไปเมื่อไหร่ มันค่อย ๆ ดีขึ้น จำได้ว่าตอนทำงานวิจารณ์แรก ๆ เราจะได้ดูหนังฟรีรอบพรีเมียร์ ก็ตื่นเต้นดีตอนนั้น แต่แย่มากเวลาหนังเลิก ต้องลงลิฟท์พร้อมคนเยอะ ๆ เคยมีทีนึง ที่คิดว่าอาการนี้คงหายไปแล้ว เลยลงลิฟท์ซึ่งคนเยอะมาก แต่เราอึดอัด หายใจไม่ออก คนแปลกหน้าจนต้องขอลงก่อนในชั้นอื่น แล้วลงบันไดแทน หลังจากนั้น ไม่ไปงานพรีเมียร์อีกเลย และเลิกเขียนวิจารณ์หนังไปเลย ส่วนเรื่องไม่ชอบโดนถ่ายรูป เพราะรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนหน้าตาไม่ดี เป็นคนหดหู่ และไม่ยิ้ม ที่จู่ ๆ รอยยิ้มก็หายไป ช่วงตั้งแต่ม.4-สามปีก่อน แทบไม่มีรูปถ่ายตัวเองกับเพื่อน ๆ เลย เพิ่งมารู้สึกดีขึ้นก็ตอนที่ไบโอสโคปให้ไปถ่ายรูปเพื่อเขียนคอลัมน์การใช้กล้อง ซึ่งตอนนั้น เขาดันให้เราไปถ่ายแถวสยาม ตากล้องพยายามให้เราถ่ายกับคนเยอะ ๆ จะร้องไห้ คิดว่าอีกนิดเดียวก็คงเป็นบ้าล้มลงตายตรงนั้น เราก็เกรงใจ พยายามเลี่ยงว่า ไปถ่ายตรงอื่นที่ไม่มีคนจะดีมั้ย ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน แต่หลังจากนั้น ก็ถูกถ่ายรูปมาเรื่อย ๆ ก็เริ่มชิน ต้องหัด ต้องเปลี่ยน อาจเป็นเหตุผลนี้ที่เราไม่เคยถ่ายตัวเองในหนัง ยกเว้นหนังอยู่สองเรื่อง คือ Private Life ที่จะเห็นข้างหลังเราเป็นเงามืด กับ Sigh ที่มันคือภาพส่วนตัวระหว่างเรากับชิวปิง แต่ตัดส่วนที่เห็นหน้าเราออกไป(เครดิตหนังใช้ชื่อว่า นักแสดง ชิวปิงและเหว่ยเฉียง ซึ่งจริง ๆ ไม่ใช่การแสดง และเหว่ยเฉียงคือเราเอง) ตอนนี้เริ่มโอเคแล้ว แต่ก็แค่โอเค รู้สึกแปลกใจทุกครั้ง เวลาใครก็ตามที่ชอบถ่ายรูปตัวเองลงไฮไฟท์ ทำได้ไงนะ และนี่คืออีกเหตุผลในการทำหนัง เพราะได้ถ่ายคนอื่น

นึกได้อีกอย่างว่า

ชอบมีคนเข้ามาบอกเราทีหลังว่า เราดูเป็นคนหยิ่ง ๆ โดยเฉพาะตอนในงานเปฉะคูฉะที่ผ่านมา เพราะบนเวทีดูเป็นคนขำ ๆ สนุก ๆ แต่พอลงมา เราไม่ทักทาย ไม่พูดจา ไม่ยิ้ม ไม่คุยกับคนแปลกหน้า หน้าบึ้ง และน่ากลัว เป็นนิสัยที่แก้ไม่ได้จริง ๆ เพราะเราไม่คุ้นกับการคุยกับคนไม่รู้จัก หรือเพิ่งรู้จักกันผิวเผิน ขอโทษด้วยละกันนะ

เรื่องที่ไม่เคยบอกใคร
ไม่รู้ว่าคนคนนั้นจะจำได้หรือเปล่า แต่เรื่องที่ไม่เคยบอกใคร ผมเพิ่งจะบอกใครคนหนึ่งไปไม่นานนี้ เป็นคืนที่จู่ ๆ ก็เสียใจ เมา และมึนงงกับตัวเอง ไม่เคยบอกใครไม่ใช่เพราะอาย แต่เหมือนเป็นปมที่ทำให้เราเป็นคนแบบนี้ แต่บอกตรง ๆ ว่าโล่งอกที่ได้บอกไป ไม่ว่าคนคนนั้นจะจำได้หรือเปล่า และเขาอาจจะไม่รู้ตัว เราคุยกันแบบประหลาด ๆ ในคืนหนึ่ง ทางเอ็มเอสเอ็น ที่จู่ ๆ ผมก็ระเบิดมันออกมา เป็นตัวอักษร เป็นความสับสน ที่เดี๋ยวก็จะหดหู่เอามาก ๆ จู่ ๆ ก็จะดูร่าเริงลามกตามประสา บางทีก็รู้ตัวว่าพยายามกลบเกลื่อนไม่ให้ดูเศร้าเกินไป ขอบคุณนะ ไม่ว่าคุณจะลืมจริง ๆ หรือแค่พยายามจะบอกผมให้สบายใจว่า ผมลืมมันไปแล้ว ก็ขอบคุณนะ อย่างน้อยเราโล่งอกจริง ๆ ที่ได้บอกเรื่องนี้สักที อย่าพยายามนึกล่ะว่าเรื่องไหน คืนนั้นเราคุยกันหลายเรื่อง และเรื่องหนึ่งในนั้น คือเรื่องที่ไม่เคยบอกใคร นึกซะว่าเป็นเครื่องอัดเทป ที่เหลียงเฉาเหว่ยร้องกระซิก ก่อนที่จางเจิ้นจะเอาไปทิ้งยังสุดขอบโลก ใน Happy Together หรือไม่ก็ รูโบราณสถาน นครวัต ที่เขาไปบอกความลับ ใน in the Mood for Love ละกัน ขอบคุณนะ

แถมให้อีก4 เรื่อง เพราะมีคนที่อยาก tag เพิ่มอีกสี่คน

แถม 1. เคยเป็นนักร้องในโบสถ์ เคยอยู่วงประสานเสียง วง บางกอกมิวสิคโซไซตี้ ที่เคยร่วมงานกับ บางกอกซิมโฟนี่ออเครสตร้า อีกที เคยร้องเรื่อง แฟนธ่อม ออฟดิโอเปร่า , เลอมิสเซอร์คราบ และ คาร์มีนาบูราน่า ของ คราล รอฟ

แถม 2. ตอนเด็ก ๆ เคยตาเหล่ เพราะซ้อนท้ายมอรไซค์แม่ ตาดำทั้งสองข้าง ไหลมารวมกัน เหลือบตาไม่ได้ ต้องหันมอง มาทำบำบัดที่กรุงเทพ (เมื่อก่อนอยู่หาดใหญ่) ตอนแรกหมอว่าต้องผ่าตัด แต่อันตราย ที่สุด ไม่ต้องผ่า บำบัดอยู่เป็นปี ด้วยการโดนเหล็กล็อคหน้า กับลูกตา ให้กรอกไปกรอกมามองการ์ตูนในจอภาพ ตอนนี้ไม่เหล่แล้ว ดีใจจัง เหล่หนุ่มแทน

แถม 3. ชอบเลข 13 เพราะเป็นเลขที่ใคร ๆ กลัว เกลียด และขยาด รู้สึกเป็นเลขที่น่าสงสาร เลยชอบ แล้วดูมันเป็นลางร้ายดี คนซวย ๆ ก็ควรจะคู่กับอะไรซวย ๆ ฉันรักเลข 13

แถม 4.เคยรักใครจริง ๆ แค่สองครั้ง หมอดูบอกว่า คนที่สาม จะเป็นเนื้อคู่ แต่หมอดูว่า คนที่สามจะมาตอนอายุ 37 ถ้าเขาอยู่ถึง 39 เขาคือคนนั้น ดังนั้น ใครก็ตามที่มาตอนนี้ แปลว่า ไม่ใช่คนนั้น แต่ช่วงเมื่อวานโดนเจ้า...หลอนว่า 36 แล้ว ยังเฟ้ย อีก 4 ปี จะ 37 เฟ้ย อยากให้กรู 37 ซะจริงนะเมิง ชิ(หวังว่าคงรู้ตัวนะว่าเราพูดถึงใคร ชิ)

--------------------------------------------------------------------------------


คนไม่โดน tag อย่าน้อยใจล่ะ คือพยายามจะไปย้อนรอยแทก แต่ได้พบว่า หลายคนที่อยากแท็ก โดนแท็กไปหมดแล้ว เลยขอ tag คนที่ไม่โดน tag ดีกว่า สารภาพว่าคนที่อยาก tag มากสุด คือ http://cobaltbluetint.exteen.com/ แต่ก็โดน tag ไปแล้วซะงั้น แต่ไม่เห็นจะตอบ tag ซะที ดังนั้นจึงขอ tag คนเหล่านี้ครับ

1. http://fling-in.exteen.com/ ใครก็ไม่รู้ แต่บลอกสวยมาก เห็นครั้งแรก ตอนเข้ามาเม้นต์ บลอกของเต๋อ ในเอ็นทรี่เกี่ยวกับหนังเรื่อง คนจร เห็นว่าทำหนังด้วย

2. http://ioath.exteen.com/ คนรู้จักมักคุ้นคนหนึ่ง ที่ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเจ้าตัวอยากให้บอกไหมว่าเป็นใคร ยังไงให้เขาบอกเองตอนตอบละกัน

3. http://bact.blogspot.com/ อาร์ต เจอกันตอนงานโอเพ่นเฟส บลอกซีเรียสดี จริงจัง กวนตีน ชอบ ๆ

4. http://artfilm.bloggang.com/ น้องอาร์ต เจอกันตอนโปรแกรมฉายหนังที่ฟลิป มาดูด้วยกันบ่อย โดนซะ

5. http://beansprout.exteen.com/ ว่าแต่นี่ใครอ่ะ เข้าใจว่าเจอกันตอนงานเปฉะนะ ไงก็บอกหน่อยว่าใครนะจ๊ะ

6. แถม 1 http://merveillesxx.bloggang.comเห็นว่าอยากโดน ถ้าจะรออีเต๋อ คงต้องเหนื่อยรออีกสองวัน เลย จัดให้

7. แถม 2 http://zeon.exteen.com/ เจอกันในงานโอเพ่นเฟส เพราะฝากหนังสือให้เต้ เจอกันอีกทีในเอ็ม และในบลอก มารู้จักกันมากกว่านี้ละกัน

8.แถม 3 http://girlfineday.blogspot.com/นิ้ว เจอกันตจอนไปเวิร์คชอปหนังม่านรูด เจออีกทีตอนโอเพ่นเฟสและปีใหม่ บลอกออกแนววิชาการ แต่หนุกดี

9. แถม 4 http://etherealism.exteen.com/ เพื่อนน้องอาร์ต และรุ่นน้องแชมป์กะกิ๊ก เจอกันตอนมาดูหนังที่ฟลิป โดนซะ


ว่าแต่ ใครคือ marxist วะ

ช่วยเฉลยที

อย่าให้รู้ว่าเป็นคนรู้จักมาแกล้งนะ

ดุนะเฟ้ย

แง่ง ๆ


คนที่ตอบ blog tag เราแล้ว

http://ioath.exteen.com/20070108/blog-tag

http://bact.blogspot.com/2007/01/blog-tag.html

http://beansprout.exteen.com/20070108/blog-tag

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=merveillesxx&group=4

http://zeon.exteen.com/20070108/blog-tag

และเพิ่งรู้ว่าbact มา tag เราก่อนแล้ว

กะแล้วเชียว เรื่องพวกนี้

เรามักจะช้ากว่า bact ไปสองวันเสมอเรย

ขอบใจนะจ๊ะ

ว่าแต่เมื่อไหร่girlfineday

จะตอบ tag ช้านล่ะนั่น

ฝากไปถึงใครก็ตามที่รู้จักคุณ

http://cobaltbluetint.exteen.com/

ที่เราไม่ได้ tag แต่อยากอ่านมั่ก ๆ

และคุณhttp://fling-in.exteen.com/

ที่ไม่เคยรู้จักกัน เลย tagไป

ใครรู้จักพวกเขา

บอกให้ตอบ tag หน่อยนะจ๊ะ



คนที่เข้ามาเมื่อวาน แต่ไม่ได้เม้นต์



รู้แล้วยังว่า

.

.

.

ไทยอินดี้บล็อก อัพเดทแล้ววันนี้

อัพเดทเมื่อ

9ม.ค. 07 เวลา 07.32 น.

ผู้ที่ต้องการฝากข่าว อีเมล์มาที่

thai_indie@yahoo.com

หรือฝากไว้ในช่องคอมเมนต์หน้านี้

ไปอ่านบลอกไทยอินดี้ได้ที่

คลิกบนรูปซิจ๊ะ


สรุป

คนที่แท็กสวนกัน

คือแท็กเราก่อน

แต่เราไม่เห็นเลยแท็กไป

http://bact.blogspot.com/2007/01/blog-tag.html

ตอนนี้เรยมีคนแท็กเราทั้งหมด 6 คน

คนที่ตอบแท็กเราเพิ่ม

http://fling-in.exteen.com/20070109/ag

คนที่ตอบแท็กคนอื่นสักที

และเราอยากอ่านที่สุด

http://cobaltbluetint.exteen.com/20070110/entry

คนที่ยังไม่ตอบแท็กเรา

และเราตั้งหน้าตั้งตารอ

จนเหงือกแห้งแล้วแห้งอีก

http://artfilm.bloggang.com/
http://girlfineday.blogspot.com
http://etherealism.exteen.com/


ว่าแต่ว่า ใครคือ marxist วะ


ไทยอินดี้อัพบลอกอีกแล้ว

วันนี้

มีบทสัมภาษณ์และบทความ

แวะไปนะ

http://thaiindie.exteen.com/


ห้ามพลาด

ทุกวันอาทิตย์ -18 กุมภา

17.30 -19.30 น. สวนลุมพินี

11 มกราคม 4 กุมภาพันธ์

พฤหัส-ศุกร์ 18.30น., เสาร์ 14.00น. และ 18.30น., อาทิตย์ 14.00น.

เมื่อ Magical Comedy เรื่องสุดท้ายของเชคสเปียร์

จะเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2562

กำกับโดย ปวิตร มหาสารินันทน์

(ขอแนะนำว่า ที่ผ่านมาละครของอ.คนนี้ เจ๋งมาก)

20 ม.ค. 2007

ดูหนังฟรีที่Fuse Theatre

(ออฟฟิศไบโอสโคป รัชดา ซ.22)

บ่ายโมง และ 4 โมงเย็น

เคียด และ เพลงพันธนาการ

อ่านรายละเอียดในฟิ้วฉ.2

(fuse / ฟิ้ว เป็นหนังสือ แถมมากับ นิตยสารไบโอสโคป)


หมดเขต31 มกราคม

ประกวดหนังสั้น สำหรับนักเรียน นักศึกษาภาคอีสาน


อ่า อาร์ตตอบแท็กเราแล้น

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=artfilm&group=3

เหรืออีกฉองราย รออ่านอยู่น้า


edit @ 2007/01/15 00:33:17

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ตกใจหมดเลยตอนแรก...

นึกว่า ทำอะไรผิดที่เอาหนังมาแจกในบล็อก เอิ้ก...


แล้วจะจัดให้ครับ

#1 By กูหมี on 2007-01-08 07:47

เจ๋งดี ชอบๆ อยากสักมั้งแต่คุณแม่ขอร้องไว้

#2 By A l h o n g on 2007-01-08 09:58

เอ้า แท็กสวนกันซะงั้นพี่ :P

http://bact.blogspot.com/2007/01/blog-tag.html

#3 By bact' (58.136.73.220) on 2007-01-08 10:02

เรื่องที่ยังไม่ได้รู้ - ตกลงชื่อเก่าชื่ออะไร? มันต้องเชยมากแน่ๆ
เรื่องที่พึ่งได้รู้ - อ่อ เพิ่งอายุ 33 เหรอเนี่ย

#4 By 1812 on 2007-01-08 10:12

ชนะเลิศอ่ะ...Tagซ่ะ...มีรูปประกอบด้วย...คิคิคิ
ชื่อเก่าพี่น่าจะชื่อ...สมชาย...แน่เรย...อุอุอุ
อ่อ อีกเรื่องนะพี่ ผมลองเอาตัวอย่างรูปสมัยอยู่ญี่ปุ่น ทำเป็นภาพ head ในบล็อค
เป็นภาพสมัยเรียน high school น่ะ
คิดว่าคงเป็นแนวๆนี้แหละ ที่ผมจะจัดน่ะ

#6 By 1812 on 2007-01-08 10:27

แท็ก ให้ แล้ว เน้อ

#7 By กูหมี on 2007-01-08 10:46

หึหึ.. มา Tag ผมไว้แล้วจะได้เรื่องอะไรไหมเนี่ย...

เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าพี่ปุ่นเป็นคนชอบแถม.. ว่าแต่ไม่มี "ความรัก" แถมให้บ้างรึ หรือว่าต้องรออีก 4 ปี หุหุ...




หะล้อเล่น..

#8 By เด็กเกเร on 2007-01-08 13:00

เหอๆ ก็เห็นเหมือนกันว่ามีblog tag อะไรซักอย่าง แต่ไม่รู้มันคืออะไร

พี่หายไปไหนตั้งนาน...

ขอบคุณมากมากที่ให้หนูได้เล่นด้วย ดีใจๆ

แต่ทำไงดี เพิ่งจะเริ่มเขียนบล๊อค มีคนรู้จักยังไม่ถึง 5 คนเลย 555+

แต่ไงก็ขอบคุณมากมาก
สุดท้ายนี้ สวัสดีปีใหม่ย้อนหลัง8วัน
อิ่มเอมเปรมความสุข ไร้ทุกข์ไร้เศร้านาคร้า..

#9 By สุด on 2007-01-08 13:11

ฮือๆ คนรู้จักโดน Tag ไปหมดแล้ว งั้นกรูจะไป Tag ใครต่อได้ล่ะเนี่ย

#10 By Riverdale (58.8.6.80) on 2007-01-08 13:20

ต้องเข้ามาอ่านหลายรอบเพราะมันยาวเหลือเกิน

#11 By . on 2007-01-08 13:26

โดนเลยเรา เฮ้อแล้วจะทำการ TAG ต่อนะคับ

#12 By อาร์ต (203.158.215.111) on 2007-01-08 14:02

นัทไม่เคยจะรู้เรื่องรู้ราวอะไรกับใครเค้าเลย -*-

#13 By VESPER MARTINI on 2007-01-08 14:17

เง้อ พี่ก็โดนแท็กแล้ว....
แล้วโอมจาแท็กใครล่ะเนี่ย

#14 By oHMu Cze#46 on 2007-01-08 14:42

ยาวที่สุดที่เคยอ่านtagมา
หุหุ

#15 By rafilmstruck on 2007-01-08 14:50

#16 By tramas* on 2007-01-08 17:02

แหะๆ Tag กันต่อไป...

#17 By VESPER MARTINI on 2007-01-08 19:14

มาแว้วก๊าบบบบบบ

โทษทีกั๊บเพ่ปุ่น ไม่ได้

เล่นเน็ตนาน เพิ่งจาเห็น

เมื่อบ่าย ๆ ตอนไอ้อาร์ต

เรียกให้มาดู เฮร้ยยย เมิง

โดนเพ่ปุ่นแท็กด้วย วึ้ยยย

แทงส์นะง๊าบ ส่วนคนที่เพ่

อยากแท็กแต่เค้ามีคนแท็ก

ไปแล้วก็เป็นคนเดียวกะที่รี่

อยากแท็กเหมือนกันงิ !!~

เค้าก็น่าจะมีคนแท็กไปนาน

แล้วล่ะ ออกจะป๊อปปูล่า...

เด๋วรอนึกออกแล้วจาเขียน

ง่าฮับ เหอ ๆ ตอนนี้ยางม่ะ

ค่อยว่างเยย แต่อ่านของพี่

แล้วแบบ... โอ้ว ชีวิตช่างเข้ม

ข้นอะไรเช่นนี้ เอิ๊กซ์~ ไปก่อน

นะงับ เจอกันเมื่อชาติไทยรวย
ขอบคุณนะจ๊ะ ที่มาแท็กเรา

ไม่ต้องห่วงนะพี่ ผมเป้นคนนึงนะ ที่คิดว่าพี่ไม่ได้หยิ่งอะไร ผมเข้าใจ

#19 By merveillesxx (161.200.255.162) on 2007-01-08 23:40

พี่ เเทคต่อไม่ได้ คนเท่าที่รู้จักเค้าก็ทามกานไปหมดแย๊ว...

เจอพี่ตัวเป็นๆเเล้วเจรงๆ ที่งานหนังเจอแต่ไม่รู้วส่าคือพี่ ส่วนที่เพชชะเจออีกหนแบบที่รู้แล้วว่าคือพี่ งงป่ะ

จวบมาจนถึงตอนนี้ หนูว่าพี่ไม่ดุแล้วล่ะ
ไว้เจอกันใหม่แบบตัวเป็นๆนาพี่ 55

#20 By สุด on 2007-01-09 07:02

คุณปุ่น ไม่ดุเลย ออกจะใจดี

ปล. ชื่อผมผิดครับในบล็อกไทยอินดี้
จริงๆ แล้วเขียนแบบนี้ 'วราห์ชา'

ขอบคุณคร้าบบบ

#21 By กูหมี on 2007-01-09 07:50

เอ่อ น่ากัว
บางทีคนที่เข้ามาอ่านแต่ไม่ได้เม้นต์อาจไม่ใช่เจ้าของบล็อกนั้นๆ ก็ได้นะ
เป็นคนอื่อนๆ ที่เข้าบล็อกนั้นแล้วก็ตามลิงค์มาน่ะ

#22 By (58.8.22.7) on 2007-01-09 08:39

เย้ไทยอินดี้อัพแย้ว..จะเข้าไปดูนะฮะะ..ขอบคุณฮะ

#23 By tramas* on 2007-01-09 17:34

พี่ครับ... ผมก็เข้ามาในบลอกพี่ทุกวันนั้นแหละครับ ไม่เห็นจะต้องเอามาแจ้งให้สาธารณะชนทราบเลย T_T หรือว่าพี่อยากให้ผมเม้นท์ทุกวัน สัญญาก่อนสิว่าพี่จะไม่หาว่าผม "โรคจิต" ..เหอเหอ..



ปล. ตอนนี้เปลี่ยนงานจากการเป็นครีเอทีฟ มาเป็นนักท่องเที่ยว(บลอก)แล้วนะเนี่ย กลางวันไม่ยอมทำงาน ต้องหอบกลับไปทำที่บ้านทุกคืน เพราะใคร... ก็เพราะพี่ปุ่นนั่นแหละ ไม่น่ายุให้กลับมาเขียนบลอกเลย เซ็ง! ว่าแล้วก็ไปอ่าน Blog Tag เรื่องชาวบ้านต่อดีกว่า

#24 By เด็กเกเร on 2007-01-09 17:52

Awesome!!

#25 By Lek (71.84.213.96) on 2007-01-09 18:22

ตูเมนท์แล้ว ยังอุตส่าห์ติดรายชื่อบัญชีดำอีกแน่ะ น่ากลุ้ม

#26 By Riverdale (58.8.3.41) on 2007-01-09 19:05

โคลบาล เอ๊ย โคลบอลท์ฯ อัพแทกแว้วววว

#27 By no one on 2007-01-10 00:42

เข้ามาอ่านบล้อคคุณปุ่นด้วยอาการสะดุ้งเฮือก
ดีใจที่คุณปุ่นอยากอ่าน
ก็ tag แล้วหละคุณปุ่น มันสั้นมากๆเลย
แต่ก็ สมองช่วงนี้ได้เท่านี้หละคุณปุ่นซัง



ไม่เห็นไรเฮีย ลืมได้ลืมไป อิอิ

#29 By (58.9.83.153) on 2007-01-10 01:43

เฮ้ยลืมใส่ชื่อ ข้างบนคือเป้เองนะ

#30 By เป้ (58.9.83.153) on 2007-01-10 01:43

พี่คับผมขอต้นฉบับหัดเขียนบร็อกของเดือนหน้าได้ไหม ผมเพิ่งเริ่มหัดเขียนบร็อกจากไบโอนี่แหละ งง ดีแท้

#31 By nop on 2007-01-10 03:30

มีคำถาม...พี่ปุ่นหรือคอหนังแถวนี้ช่วยตอบหน่อยเตอะ หนังต่อไปนี้มันมีดีวีดีขายไหม..ค่ายไหน..หาซื้อไหนได้
1.me&u...
2.candy
3.brick
4.flanders
เห็นแว้บๆที่b2s แต่ดันเปนvcd
ปากไทยซะงั้น...ขอบคุณครับ
คิดถึงนะพี่ปุ่น

#32 By tramas* on 2007-01-11 16:35

โอ้ว รอยสัก ฮาร์ดมั่กๆ
แวะมาชวนเข้าร่วมพันธมิตรหมีโหด...แวะไปอ่านรายละเอียดที่บล๊อกได้ค่ะ

#33 By (^_^)/nana on 2007-01-11 16:54

อยากสักมั่งครับ แต่กลัวเจ็บ

ดีใจจังที่พี่ยังจำผมได้ 555 นึกว่าลืมไปแล้ว
ล่าสุด เจอพี่ตอนที่ ไบโอ ฉายหนังพี่ แต่ไม่ได้ทัก กลัวหน้าแตก อิอิ

#34 By ไอแอม{akita} on 2007-01-11 21:21

น่าแปลกที่สิ่งที่เรารักมากที่สุด มันมักจะไม่ใช่ของของเรา จาก Ashes of Time

สวัสดีปีใหม่ครับคุณปุ่น

#35 By นกไร้ขา (58.8.85.85) on 2007-01-12 03:10

เหอะๆ ขอบคุณสำหรับของขวัญปีใหม่ น่าจะเหมาะเป็นของขวัญวันเด็กนะคับ เยี่ยมเลย ให้มาในเวลาอันเหมาะเม๋งมาก
คงไม่เก็บไว้ดูเล่นหรอกคับ มันต้องถูกใช้แน่ๆ ขอบคุณมากคับเพ้

#38 By A l h o n g on 2007-01-12 13:40

แปลกใจอยู่ว่าทำไมไม่อัพบล็อกอีกเลย ที่แท้ก็เปลี่ยนที่อยู่นี่เอง

#39 By ตุ้ย since 2006 on 2007-01-12 15:52

ดีจ้ะ เอาไปใช้น่ะดีหรอก แต่ไม่รู้ว่า ขนาดที่ให้ไป มันใหญ่ไปหรือเปล่าน้า

#40 By ธัญสก on 2007-01-12 17:11

ตอบเมนต์ซ้าหน่อยเดี๋ยวโดนจับได้ 555
นี่ พร่งนี้เราไปดูหนังที่ธรรมศาสตร์ ไปปะ (จะเห็นมั้ยวะเนี่ย)

มาอีกที ตอนวันที่28 เผื่อเจอกันนน

#41 By filmsick on 2007-01-13 00:23

มาแล้วครับ จริง ๆ ก็มาเป็นรอบที่ 2 แล้วอ่ะ แต่ตัวอักษรเล็กเลยมองไม่เห็น ก็มาอีกแล้วกัน มีเรื่องจะให้ช่วยครับ เด๋วจะโทรไปบอก 55555555

#42 By art (203.158.215.111) on 2007-01-13 13:49

แวะที่บล็อคนะครับ ผมมีเรื่องจะสารภาพ

#43 By art (58.8.87.19) on 2007-01-14 02:17

เออ เรากะลังงง ๆ คือ จะบอกว่า คนในบลอกที่เรารู้จัก มีชื่อ อาร์ตอยู่ 4 อาร์ต แล้วก็ ไอพีข้างบนนี่ ก็คนละไอพีกัน ตกลง อาร์ตไหนเป็นอาร์ตไหนเนี่ย เอ้า อาร์ตไหนก็โทรมาละกัน เง้อ ว่าแต่เราเข้าไปทุกบลอกแล้ว แล้วบลอกไหน จะสารภาพอะไรกะเราเหรอ สารภาพรัก เราเขินนะ 555

#44 By ธัญสก on 2007-01-14 02:28



ต๊าย ดังใหญ่นะจ๊ะ


#45 By paul (68.229.33.148) on 2007-01-15 11:22

ด่วน แวะเข้าไปบล็อกนี้ด่วน ๆ http://pathompon.exteen.com/ ไปเม้นต์ด่วน ๆ
รอยสักพี่ก็หลอน พอๆกับในบล็อกผมเลยนะ อิอิ ใช้ไปแล้วล่ะที่ให้มา มันไม่พอใช้อ่ะพี่ แล้วมันก็เล็กไปหน่อย...... อึดอัด

#47 By A l h o n g on 2007-01-17 14:35

ตอบแท็กแว้วครับ ^^'
พี่ปุ่นจ๋า

girl friday มาแล้ว ตอบแท็กแล้วน๊า

http://girlfineday.blogspot.com/

ตอบแท็กในคืนที่นอนไม่หลับ

#49 By girl friday (125.24.44.73) on 2007-02-16 16:24

อ่าว...กำลังเซิร์ซหารูป infernal affair อยู่ดีๆ ดันมาเจอบล๊อกพี่ปุ่น ได้อ่านที่เขียนแล้วบวกกับที่อ่านในหนังสือ shortfilm ทำให้รู้ว่า ชีวิตพี่ผ่านอะไรมาเยอะจริงๆ

ว่างๆแวะไปดูงานผมได้นะครับ บางเรื่องก็เคยส่งให้พี่ดูแล้วเหมือนกัน

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=progressive&month=23-02-2007&group=5&gblog=4

#50 By คนเคยส่งงานให้ดู (203.113.61.105) on 2007-04-13 00:31

ขอบคุณมากค่ะ question question