ถึงคุณ
posted on 06 Jan 2007 06:38 by thunska2ผมรู้ว่าคุณจะเข้ามาอ่านสักวัน
และเอ็นทรี่นี้ผมเขียนถึงคุณ
มันคงถึงเวลาแล้วที่ผมควรจะบอกคุณสักที
ถึงสิ่งที่อยู่ในใจของผมมานาน...ประมาณหนึ่ง
(
คุณบอกได้หรือว่าแค่ไหนที่เรียกว่านานแค่อึดใจเดียวแค่ห้าวินาทีถ้ารู้สึกว่านานมันก็คือนาน)มีคนเคยบอกผมว่า
ผมเป็นคนสนุกสนุกมากๆแต่ความจริงผมเศร้ามากๆ
มีอีกคนบอกผมว่า
เขาเป็นคนเครียดง่ายชอบอยู่กับคนสนุกมากกว่าเลยไม่ชอบจะอยู่ใกล้ๆผมเวลาที่ผมเครียด
เขาอยากอยู่กับผมเฉพาะตอนที่ผมสนุกเท่านั้นไม่ใช่ตอนที่ผมงี่เง่า
เอาล่ะเพราะเอ็นทรี่นี้ยาวมากๆ
แต่ผมรู้ว่าคุณมีเวลา
วันนี้เป็นวันหยุดของคุณ
ผมอยากให้คุณอ่านมัน
นี่เป็นครั้งแรกที่ผมจะบอกกับคุณอย่างตรงไปตรงมาที่สุดแล้ว
ผมไม่รู้ว่าคุณจะเข้าใจหรือเปล่า
ผมแค่หวังว่า.....
ได้โปรดอ่านมันทุกตัวอักษร
เพราะทั้งหมดนี้
คือความรู้สึกที่ผมมีต่อคุณ
ได้โปรด
ได้โปรด
คุณนั่นแหละ
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
วันก่อนผมเพิ่งเคยเจอปลาชนิดนี้
มันน่าเกลียดใช่ไหม
มันเหมือนไม่มีชีวิต
แต่เชื่อไหมมันมีชีวิต
และมันเป็นปลา
แม้มันจะน่าเกลียด
แม้มันจะดูไม่มีชีวิต
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
คุณจะรู้มั้ยนะว่าเอ็นทรี่นี้ผมเขียนถึงคุณ
คุณจะรู้มั้ยนะว่ามันหมายถึงคุณ
ไม่จำเป็นต้องเข้าใจมันทั้งหมดหรอกนะ
เพราะผมเองยังไม่เข้าใจตัวเองเลย
เอาล่ะฟังผมให้ดีดีนะ
ขอย้ำอีกครั้งว่าเอ็นทรี่นี้ยาวมากๆ
แต่ได้โปรดได้โปรดตั้งใจฟัง
ผมจะบอกคุณในสิ่งที่ผมไม่เคยบอกใคร
ในสิ่งที่ผมไม่เคยบอกมาก่อน
และครั้งนี้มันจะตรงไปตรงมาที่สุดแล้ว
ฟังนะ
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ในวันที่ฝนตกลงมาเป็นคูสคูส
เรื่องสั้นโดยโตมรศุขปรีชา
จากหนังสือหญิงสาวผู้หลงรัก
สำนักพิมพ์เม่นวรรณกรรม
1
AH1391568XIF
2
ถ้าไม่ได้เดินออกไปนอกบ้านในเช้าวันนั้นผมคงไม่รู้หรอกว่าฝนได้ตกลงมาเป็นคูสคูส
-
ผมเก็บตัวอยู่แค่ในบ้านมาหลายปีแล้วจนกระทั่งเมื่อวานนี้นกกระทาฝูงใหญ่จากที่ไหนสักแห่งพากันมาเดินอยู่เต็มสนามหน้าบ้านของผมผมจึงต้องถือไม้กวาดเดินออกไปไล่พวกมันให้พ้นจากสนามและแปลงดอกกุหลาบสีแดงของผม
-
พวกมันมาจากไหน
3
ฝนคูสคูสตกลงมาทุกเช้าไม่หยุดหย่อนแม้ไม่มีใครในเมืองเคยเห็นว่าคูสคูสตกลงมาตอนไหนแต่เมื่อทุกคนตื่นขึ้นมาตอนเช้าจะต้องได้เห็นคูสคูสวางอยู่บนพื้น
-
แรกทีเดียวในเวลาเช้าจะมีน้ำค้างแผ่อยู่ทั่วไปเมื่อน้ำค้างระเหยไปหมดแล้วจึงมีเกล็ดบางละเอียดวางตัวอยู่บนผิวถนนเหมือนน้ำค้างที่จับแข็งเมื่อชาวเมืองเห็นไม่มีใครราบว่าเป็นอะไรต่างไต่ถามกันว่า "นี่เป็นอะไรกันนะ"มาถึงบ้านของผมหนึ่งสัปดาห์หลังจากฝนคูสคูสตกลงมาเป็นครั้งแรกเขาเป็นเด็กผู้ชายผมสีทองดวงตาของเขากลมโตมีวี่แววของความฉลาดเฉลียวอยู่ในนั้นผิวของเขาเป็นสีขาวบริสุทธิ์บนใบหน้ามีกระน่ารักอยู่เล็กน้อยเขาชอบเล่นบาสเกตบอลอ่านหนังสือและเล่นเปียโน
4
AH1391568XIF ออกจากโรงงานในวันที่ฝนตกลงมาเป็นคูสคูส
-
ผมเปลี่ยนโปรแกรมให้เขาใหม่ให้ AH1391568XIF มีชื่อใหม่ว่าวิล
-
วิลไม่ใช่วิลเลียมแต่วิลแปลว่าเจตจำนงและความตั้งใจผมอยากให้เขาเป็นตัวแทนความตั้งใจของผมในการมีชีวิตครั้งใหม่ชีวิตที่ตัดขาดจากผู้คนชีวิตที่ไม่มีความรักและมีเพียงผมกับเขาอยู่ด้วยกัน
-
ผมเจ็บปวดกับการถูกกล่าวหามามากเกินพอแล้ว
5
ทุกๆเช้าวิลจะออกไปเก็บคูสคูสใส่ตะกร้าน่าแปลกที่เขาสามารถเก็บคูสคูสมาพอกินสำหรับเราสองคนเท่านั้นถ้าเขาเก็บมามากเกินไปเช้าวันรุ่งขึ้นคูสคูสที่เหลืออยู่จะกลายเป็นหนอน
-
คูสคูสจะตกลงมามากผิดปกติในวันที่หกครั้นพอถึงวันที่เจ็ดมันจะหยุดตกไปหนึ่งวันก่อนกลับมาตกใหม่ในอัตราปกติในวันต่อไปและตกเช่นนี้เป็นวัฏจักรไปเรื่อยๆในวันที่หกวิลจึงต้องเก็บคูสคูสมาสองท่าเพื่อเก็บไว้กินในวันที่เจ็ดน่าแปลกที่คูสคูสของวันที่หกจะไม่กลายเป็นหนอนในวันที่เจ็ด
6
วิลมักชอบลูบคลำจมูกของผมเล่นเขาบอกว่ามันดูตลกดีเมื่อยอมให้เขาลูบจมูกแล้วผมก็จะเล่นเกมกับเขาวิลมีสร้อยเส้นหนึ่งติดตัวมาจากโรงงานมันเป็นสร้อยที่มีแผ่นป้ายโลหะเล็กๆคล้องอยู่ที่คอผมมักจะเอาสร้อยเส้นนี้ไปซ่อนวิลหาพบทุกครั้งเขาบอกผมว่าระหว่างเขากับสร้อยมีบางอย่างสื่อสารระหว่างกันเขาไม่อาจทำสร้อยและแผ่นป้ายโลหะนั้นหายไปได้เพราะมันเป็นแผ่นป้ายประจำตัวเหมือนบัตรประชาชนของผมผมหัวเราะเหลวไหลสิ้นดีทำไมจะต้องทำป้ายประจำตัวแยกต่างหากออกมาจากร่างกายของเราด้วยในเมื่อตัวของเรารู้อยู่แล้วว่าเราเป็นใคร
-
วิลส่ายหน้าเขาบอกว่าเขาไม่รู้ถ้าไม่มีป้ายเขาจะไม่รู้เลยว่าตัวเองเป็นใครป้ายนั้นเก็บข้อมูลทุกอย่างของเขาเอาไว้มันคือทุกอย่างที่เป็นเขาแต่มันต้องแยกจากร่างกายของเขาเพื่อให้สะดวกต่อการควบคุมในเวลาที่เขาต้องเข้าโรงซ่อมดูแลป้ายนั้นคล้ายกุญแจรถยนต์ที่เพียงเสียบเข้าเครื่องก็บอกได้ทันทีว่ามีอะไรชำรุดเสียหายบ้าง
-
วิลชอบกินคูสคูสอย่างยิ่งเขาถามผมว่าทำไมถึงเรียกมันว่าคูสคูสผมบอกเขาว่ามันแค่ดูคล้ายคูสคูสซึ่งเป็นอาหารทำจากแป้งเป็นอาหารหลักของชาวแอฟริกาเหนือเท่านั้นแต่ที่จริงผมไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไรวิลบอกว่าคูสคูสที่เก็บได้ในตอนเช้านั้นอร่อยกว่าคูสคูสสำเร็จรูปที่ซื้อมาเสียอีกคูสคูสที่วิลเก็บมาเป็นคูสคูสที่แปลกประหลาดเรพาะมันมีลักษณะคล้ายเมล็ดผักชีเล็กๆมีสีขาวและมีรสเหมือนแป้งแผ่นผสมน้ำผึ้ง
7
ในแต่ละวันผมรู้สึกว่าอากาศร้อนขึ้นทีละนิดอุณหภูมิสูงขึ้นมาเรื่อยๆโดยไม่ลดลงเลยตั้งแต่ปี 2025 ผมจึงไม่ออกไปนอกบ้านเพราะข้างนอกนั่นอากาศร้อนมากวิลไม่เคยเห็นกบเพราะกบได้สูญพันธุ์ไปหมดแล้วผมได้แต่ชี้ให้เขาดูรูปของกบในหนังสือวิลตัวสั่นเขาไม่ชอบกบแค่เห็นเขาก็รู้สึกกลัวมันผมได้แต่กอดเขาไว้และเล่นสนุกกับเขาด้วยการถอดสร้อยของเขาเอาไปซ่อนอีกวิลหัวเราะหลังๆมานี้เขาไม่ค่อยกลัวแล้วที่ต้องแยกห่างจากสร้อยครั้งแรกๆที่ผมเล่นกับเขาด้วยวิธีนี้วิลมักจะรีบหาสร้อยให้พบโดยเร็วที่สุดแต่บางครั้งในระยะหลังวิลก็ค่อยๆอ้อยอิ่งตามหาสร้อยของเขาไม่เร่งร้อนหลายครั้งผมก็เอาสร้อยและแผ่นป้ายไปซุกไว้ในถ้วยคูสคูสเปียกๆ
8
วิลไม่เคยถามผมถึงเรื่องราวแต่หนหลังผมสั่งให้โรงงานตั้งโปรแกรมของวิลเอาไว้อย่างนั้นสำหรับวิลโลกและจักรวาลในบ้านของเขาเพิ่งเริ่มต้นขึ้นในวันที่คูสคูสตกลงมาเป็นครั้งแรกเขามีประวัติศาสตรู้ส่วนตัวน้อยมากทว่ารอบรู้ประวัติศาสตร์ของโลกและจักรวาลนอกบ้านทุกสิ่งแต่วันหนึ่งวิลถามผมว่าคุณรักผมไหมครับผมได้แต่นิ่งไปครุ่หนึ่งก่อนบอกเขาว่าฉันไม่ได้รับอนุญาตให้รักใครอีกดวงตากลมโตของเขาหรุบลงแล้วเขาก็พูดว่าขอโทษครับแล้วลุกไปเงียบๆผมเดินตามเขาไปแล้วถามเขาว่าเป็นอะไรเขาเงยหน้าขึ้นมองผมดวงตาของเขาสงบนิ่งและมีวี่แววของความเข้าใจอันลึกซึ้งแต่หม่นเศร้าอยู่ในนั้นผมไม่แน่ใจนักว่าโปรแกรมอะไรสั่งให้แววตาแบบนั้นเกิดขึ้นมาได้ผมจึงถามเขาซ้ำว่าเป็นอะไรเขาส่ายหน้าช้าๆก่อนบอกผมว่าเขาเพิ่งได้ดูหนังเก่าเรื่องหนึ่งมันเป็นหนังสมัยยี่สิบสามสิบปีมาแล้วเป็นเรื่องของหุ่นยนต์ตัวหนึ่งที่ถูกตั้งโปรแกรมให้รู้จักที่จะรักแต่เพราะหุ่นยนต์ตัวนั้นเป็นหุ่นยนต์ที่ดีเหลือเกินมันจึงคงทนและอยู่มานานจนกระทั่งคนที่รักล้วนแต่ตายตากไปจนเวลาผ่านไปนับพันๆปีมันก็ได้แต่ตามหาความรักนั้นไม่มีที่สิ้นสุด
-
ก็เพราะอย่างนี้ไงผมบอกวิลเขาถึงไม่ผลิตหุ่นยนต์ที่รักเป็นขึ้นมาอีก
9
ผมเองก็รักไม่เป็นอีกแล้วผมคิดเมื่ออยู่คนเดียวตามลำพังในเวลาต่อมาตั้งแต่ความรักของผมที่มีต่อเด็กๆทั้งหลายถูกเพิกถอนไปโดยศาลและพ่อแม่ของเด็กๆผมก็ไม่อาจรักใครได้อีกผมไม่ร้องเพลงอีกไม่พยายามผ่าตัดหน้าตาและร่างกายให้เหมือนเด็กอีกผมเพียงหลงใหลความเป็นเด็กอยากอยู่กับเด็กอยากนอนอยู่บนเตียงกว้างใหญ่ร่วมกับเด็กคนอื่นๆได้ดูโทรทัศน์ด้วยกันอาจจะเป็นหนังผีแล้วเราก็คลุมโปงอยู่ใต้ผ้าห่มผืนใหญ่ด้วยกันเอาหมอนแกล้งฟาดกันเล่นๆขนเอาเบาะโซฟาไปตั้งกองเป็นป้อมค่อยแล้วเล่นยิงปืนใส่กันแต่ศาลเห็นว่าข้อโต้แย้งของผมฟังไม่ขึ้นศาลจึงสั่งให้ผมเลิกรักเด็กผู้ชายผมควรจะรักหญิงสาวซึ่งผมก็รักแต่ผมรักเด็กผู้ชายมากกว่าผมอยากมีชิวตอยู่ในห้องนอนและห้องของเล่นกับเด็กผู้ชายที่ไม่ซนจนเกินไปแต่ก็ไม่เรียบร้อยจนเกินไปนักผมอุทธรณ์กับศาลครั้งแล้วครั้งเล่าจนกระทั่งเมื่อมีการผลิตหุ่นยนต์ที่เหมือนมนุษย์ขึ้นศาลจึงอนุญาตให้ผมซื้อหุ่นยนต์เด็กผู้ชายมาเลี้ยงไว้ได้ตัวหนึ่งโดยมีเงื่อนไขพิเศษบางอย่างผมจึงมี AH1391568XIF อยู่ในบ้านแต่ตั้งใจว่าจะมีเขาไว้เป็นเพียงเพื่อนร่วมชายคาเป็นคนที่คอยดูแลผมเหมือนฟรายเดย์ดูแลโรบินสันครูโซแต่ผมจะรักเขาไม่ได้ผมจะไม่มีวันรักเขาผมจะไม่ร้องเพลงให้เขาฟังเหมือนที่เคยร้องเพลงให้เด็กคนอื่นๆฟังเพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ร้องเพลงผมจะรักและผมจะถูกสั่งเพิกถอนความรัก
10
ผมปฏิบัติกับวิลอย่างดีที่สุดผมรู้ว่าเขาชอบนอนบนที่นอนขนนกนุ่มๆเหมือนนอนอยู่บนปุยเมฆผมจึงให้เขานอนอยู่ด้วยกันบนเตียงของผมแม้ว่าผมไม่ควรจะทำอย่างนั้นผมรู้ว่าเขาชอบเล่นบาสเกตบอลผมจึงสร้างสนามบาสเกตบอลไว้ในบ้านแม้ว่าบ้านของผมจะมีสวนสนุกอยู่แล้วทั้งสวนแต่เมื่อมีเพียงเราสองคนการนั่งโรลเลอร์โคสเตอร์เล่นตามลำพังสองคนก็ดูจะเหงาเกินไปหรืออย่างบ้านผีสิงเราก็เข้าไปในนั้นจนจำผีได้ทุกตัวแล้วและไม่มีอะไรใหม่ผมเองหมดกำลังใจและความปรารถนาจะสร้างสิ่งใหม่อันยิ่งใหญ่แล้วอย่างสิ้นเชิงสิ่งที่ผมทำให้วิลได้จึงเป็นเพียงสนามบาสเกตบอลเล็กๆในห้องปรับอากาศ
-
วิลมักจะเอาชามใส่คูสคูสมานั่งกินในสนามบาสเกตบอลแต่ส่วนใหญ่เขาไม่ได้เล่นเขาเพียงแต่เอาเท้าเขี่ยลูกบาสเกตบอลไปมากินคูสคูสและนั่งนิ่งๆมองผมจนกว่าผมจะถอดเสื้อออกหยิบเสื้อกล้ามมาใส่เปลี่ยนมาใส่กางเกงขาสั้นแล้วพูดกับเขาสั้นๆว่า ไป เท่านั้นวิลก็จะยิ้มเขาจะกระโดดลุกขึ้นหยิบลูกบาสเกตบอลขึ้นมากระเด้งกระดอนมันไปกับพื้นเหล่านั้นน่าเสียดายที่ผมมักจะเล่นบาสเกตบอลกับเขาได้ไม่นานนักผมอายุเกือบจะเจ็ดสิบปีแล้วแม้ว่าภายนอกจะดูเหมือนสี่สิบเพราะการผ่าตัดและวิตามินต่างๆแต่ภายในของผมนั้นมันเหี่ยวเฉาแก่ชราและไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไรมากนัก
-
หลังจากเล่นบาสเกตบอลแล้วผมมักจะไปนอนพักส่วนวิลมักนั่งเหงาๆอยู่ข้างหน้าต่างเพียงคนเดียวเขามักจะไม่ขยับเคลื่อนไหวร่างกายเลยถ้าไม่มีผมอยู่ในสายตาเขาเฝ้าแต่เอาช้อนบดบี้คูสคูสที่เก็บมาได้ตั้งแต่เช้าและไม่ทำอะไรอื่น
-
วิลเล่นเปียโนเก่งด้วยฝีมือของเมอร์เรย์เพอร์เรียห์เขาถูกตั้งโปรแกรมมาอย่างนั้นที่จริงผมชอบฟังเสียงเปียโนจากมือของรูบินสไตน์มากกว่าผมคิดว่าเพอร์เรียห์เล่นเพลงของโชแปงได้ไม่ค่อยเพราะนักมันแข็งกระด้างเกินไปมีหัวจิตหัวใจน้อยเกินไปทุกครั้งที่ผมวิจารณ์อย่างนี้วิลจะมองหน้าผมด้วยความเสียใจแต่ไม่พูดอะไรและนานเข้าเขาก็เล่นเปียโนน้อยลงทุกทีเพราะเขาเล่นเปียโนได้แต่ในแบบของเพอเรียห์เขาไม่สามารถเล่นเปียโนแบบอื่นได้ไม่ว่าจะพยายามมากสักเพียงใด
11
ผมไม่ได้เปิดโทรทัศน์มานานแล้วผมไม่อ่านหนังสือพิมพ์และตัดขาดจากโลกภายนอกอยู่แต่เพียงในโลกของผมเมื่อฝนตกลงมาเป็นคูสคูสผมจึงไม่จำเป็นต้องให้ใครมาส่งอาหารวิลแค่เก็บคูสคูสมาจากพื้นหน้าบ้านแล้วเราก็กินกันแต่คูสคูสกับน้ำดูเหมือนคูสคูสจะไม่ได้มีเพียงคาร์โบไฮเดรตมันน่าจะมีสารอาหารอื่นด้วยทำให้เราอยู่ได้โดยไม่หิวโหยและว่าที่จริงชีวิตอย่างผมก็ไม่ควรจะหิวอะไรอีก
-
เมื่อเปิดโทรทัศน์เช้าวันนั้นผมต้องประหลาดใจที่ไม่มีสัญญาณภาพอะไรเลยไฟฟ้ายังมีอยู่แต่เหมือนสถานีโทรทัศนหายไปแล้วผมชักอยากออกไปข้างนอกออกไปดูโลกข้างนอกว่าเป็นอย่างไรบ้างตั้งแต่ฝนตกลงมาเป็นคูสคูสผมจึงเรียกวิลถามเขาว่าอยากออกไปข้างนอกบ้างไหมเขาพยักหน้ากระตือรือร้นเขาเองก็ไม่ได้ออกไปนอกอาณาเขตบ้านของผมมานานแล้วพูดให้ถูกก็คือตั้งแต่เข้ามาอยู่ในบ้านของผมวิลไม่เคยออกไปไหนเลยเขาจึงไม่เคยเห็นโลกใบนี้เลยขอบเขตของบ้าน
-
วิลออกไปเก็บคูสคูสและเข้ามาบอกผมว่าอากาศร้อนมากตอนนี้ข้างนอกอุณหภูมิเกือบห้าสิบองศาเซลเซียสแล้วมันสูงขึ้นทีละนิดผมจึงบอกวิลว่าถ้าอย่างนั้นเราจะใช้เฮลิคอปเตอร์ลำเล็กของผมแทนการเดินเพราะผมคงทนอากาศร้อนขนาดนั้นไม่ไหวเมื่อเราอยู่บนเฮลิคอปเตอร์แล้วเราโบยบินไปทั่วเมืองวิลนั้นตื่นเต้นแต่ไม่ประหลาดใจอะไรนักกับภาพที่เห็นขณะที่ผมต้องประหลาดใจเป็นล้นพ้นเพราะดูเหมือนเมืองไม่มีผู้คนอากาศอาจจะร้อนผมคิดแต่คนก็น่าจะออกมาทำธุระกันบ้างสิผมเปิดวิทยุและที่สุดก็พบกับคลื่นสั้นจากที่ไหนสักแห่งมีเสียงคนพูดละล่ำละลักจับใจความไม่ได้ผมต้องฟังอยู่พักใหญ่กว่าจะรู้เรื่องว่าเป็นรายงานข่าวถกเถียงกันว่าจะเอาธนบัตรในโลกไปกำจัดด้วยวิธีไหนดีผู้เชี่ยวชาญบางคนแนะนำให้เผาเพื่อให้เกิดควันขึ้นไปปกคลุมชั้นบรรยากาศมากขึ้นเนื่องจากบัดนี้ชั้นโอโซนของโลกหายไปจนรังสีจากดวงอาทิตย์และรังสีคอสมิกแผดเผาเข้ามาได้มากกว่าปกติแต่บางคนก็บอกว่าการเผาคือการซ้ำเติมเนื่องจากโลกไม่ได้ร้อนเพราะรังสีเหล่านั้นทะลุทะลวงเข้ามาโลกร้อนเพราะความร้อนที่ระอุอยู่ไม่สามารถแผ่ออกไปได้ต่างหากผมไม่ได้สนใจวิธีการและข้อถกเถียงเหล่านั้นผมเพียงแต่ประหลาดใจว่าทำไมถึงต้องมีการเผาธนบัตรของโลก
-
ไม่มีใครใช้เงินกันอีกแล้วผู้ชายเพียงคนเดียวที่เดินอยู่บนถนนบอกผมผมร่อนเฮลิคอปเตอร์ลงไปถามเขาตั้งแต่ฝนตกลมาเป็นอาหาร(ผู้ชายคนนั้นไม่ได้ใช้คำว่าคูสคูสเหมือนผมเขาใช้คำว่ามานาซึ่งเป็นคำในไบเบิลหมายถึงอาหารที่พระเจ้าประทานมาให้โมเสสและบริวารทุกๆเช้าตอนอยู่ในทะเลทรายเมื่อไม่มีอะไรจะกิน-ผมมาคิดดูทีหลังคูสคูสของผมอาจจะเป็นมานาก็ได้แต่ผมไม่เคยเห็นมานาผมจึงเรียกมันว่าคูสคูส) ผู้คนก็มีกินกันถ้วนหน้าเมื่อมีกินก็ไม่ต้องหาเงินตอนนี้ทุกคนอยู่ว่างๆได้และเมื่ออยู่ว่างๆต่างก็ถามตัวเองว่าอยากจะทำอะไรกับชีวิตกันแน่แต่ละคนมีความตั้งใจในชีวิตอย่างไรส่วนใหญ่ตอบไม่ได้ทุกคนจึงยังนั่งหาคำตอบกันอยู่ดูเหมือนตลอดมาทุกคนต่างพยายามทำตัวให้ยุ่งกับการทำมาหากินจะได้ไม่ต้องถามตัวเองว่าอยากทำอะไรคูสคูสนั้นเมื่อกินเข้าไปแล้วก็ดูเหมือนจะเปลี่ยนผู้คนไปหมดเหล่าประธาธิบดีกษัตริย์และบรรดานายกรัฐมนตรีของประเทศต่างๆพอกินคูสคูสเข้าไปแล้วต่างก็ประกาศลาออกจากตำแหน่งขอใช้ชีวิตที่เหลือนั่งหาคำตอบว่าตัวเองต้องการอะไรกันแน่ในชีวิตนี้ขโมยก็ไม่มีเพราะทุกคนมีกินพอที่จะไม่ต้องไปขโมยของใครไม่มีใครคิดเรื่องสร้างตึกสูงๆขยายบริษัทหรือแก่งแย่งอะไรจากคนอื่นอีกแล้วเพราะทุกคนล้วนมีกินโทรทัศน์ก็ไม่มีเพราะไม่มีใครอยากดูโทรทัศน์อีกที่อัศจรรย์กว่านั้นคือคนส่วนใหญ่ที่เคร่งศาสนาของตัวเองต่างก็หันมาปรองดองกันไม่แบ่งแยกเพราะต่างก็เชื่อว่าคูสคูสที่ตกลงมาเป็นฝีมือของพระเจ้าและน่าจะเป็นพระเจ้าองค์เดียวกันโลกแบบเดิมๆจบสิ้นไปแล้ว
-
ผมยิ้มให้วิลขณะที่เฮลิคอปเตอร์ของเราบินขึ้นมาจากผิวโลกผมถามวิลว่าอยากจะไปไหนบ้างไหมเขาบอกผมว่าถ้าเป็นไปได้เขาอยากไปนอนอยู่บนหน้าผาริมฝั่งทะเลสักครั้งในชีวิตเขาเคยดูหนังเรื่องหนึ่ง (เขาเห็นทุกอย่างในโลกผ่านหนัง) เป็นภาพผู้ชายสองคนกับผู้หญิงคนหนึ่งปิกนิกกันอยู่บนหญ้าสีเขียวบนหน้าผาริมทะเลเขาคิดว่าตรงนั้นคือชายฝั่งของประเทศไอร์แลนด์ที่เรียกว่ากัลเวย์
12
เรากลับบ้านมาเตรียมตัวออกเดินทางไกลกัลเวย์นั้นอยู่ห่างจากบ้านของผมไปมากโขอยู่เราต้องบินข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกที่บัดนี้น้ำท่วมสูงขึ้นกว่าเดิมมากและต้องเปลี่ยนจากเฮลิคอปเตอร์เป็นยานโฮเวอร์คราฟท์เอ็กซ์ที่จริงผมเริ่มรู้สึกอ่อนเพลียแต่ผมไม่อยากทำลายท่าทีกระตือรือร้นของวิลไปนานมาแล้วที่ผมไม่ได้เห็นเขามีความสุขอย่างนี้โดยเฉพาะเมื่อเขาตระหนักกับตัวเองว่าเขาไม่มีทางเล่นเปียโนแบรูบินสไตน์ได้
-
คืนนั้นวิลนอนอยู่ข้างๆผมเขากระซิบกับผมว่าเขาอยากไปยืนอยู่ยนหน้าผาริมทะเลแห่งนั้นกับผมสักครั้งเขาจะอ่านบทกวีภาษาเกลิกของชาวเคลติกโบราณให้ผมฟังที่นั่นเขามีมันอยู่ในหัวนับแต่วันแรกที่ได้เห็นผมและอยากอ่านให้ผมฟังดังๆผมลูบเส้นผมสีทองของเขามันลื่นเป็นมันปลาบผมไม่เคยจูบวิลผมไม่กล้าเรพาะถ้าจูบอาจแปลว่าผมรักแต่คืนนั้นเมื่อรู้สึกว่าทุกสิ่งในโลกได้พังทลายไปแล้วเพราะฝีมือของฝนคูสคูสผมจึงจูบเขาเบาๆที่หน้าผากวิลเงยมองหน้าผมด้วยแววตาสงสัยวิลรู้ว่าผมเป็นนักร้องที่คนทั่วโลกอยากฟังเสียงเขาอ้อนวอนขอให้ผมร้องเพลงให้เขาฟังหลายต่อหลายครั้งแต่ผมไม่เคยทำตามผมบอกเขาว่าผมร้องเพลงอีกไม่ได้เรพาะถ้าร้องเพลงอีกผมจะรักและผมรักไม่ได้แต่คืนนี้หลังจากจูบเขาแล้วผมบอกเขาว่าถ้าเขาอ่านบทกวีให้ผมฟังแล้วผมชอบผมอาจจะร้องเพลงให้เขาฟัง
13
เช้าวันรุ่งขึ้นวิลออกไปเก็บคูสคูสเขาเก็บคูสคูสเผื่อไว้เป็นเสบียงสำหรับการเดินทางไปยังกัลเวย์ของเราด้วยเราขึ้นยานโฮวเวอร์คราฟท์เอ็กซ์แล้วขับมุ่งหน้าตรงดิ่งไปยังกัลเวย์
-
นายรู้อะไรไหมระหว่างทางผมถามวิลว่าชื่อเดิมของนายไม่ใช่วิลเขาพยักหน้าใช่เขารู้เขาตอบผมว่าชื่อเดิมของผมคือAH1391568XIF แต่เขาไม่รู้ว่ามันหมายความว่าอย่างไรฉันจะบอกนายผมบอกเขาตัว A นั้นแทนคำว่า Artificial ตัว H แทนคำว่า Human ตัว X และ I แทนคำว่า Extreme Intelligence ขณะที่ตัว F แทนคำว่า Feelings นายจึงเป็นหุ่นยนมนุษย์เทียมที่มีสติปัญญาสูงสุดแต่ในเวลาเดียวกันก็มีความรู้สึกด้วยแต่นายไม่อาจมีความรักได้เพราะถ้านายจะเป็นหุ่นยนต์ที่มีความรักนายจะต้องมีตัวอักษร L ต่อจากตัว F
วิลหยิบป้ายที่ห้อยอยู่กับสร้อยคอของเขาขึ้นมาดูบนนั้นมีตัวอักษรเขียนไว้ว่า AH1391568XIF ผมรักไม่ได้เขาถามเหมือนกับที่ผมเล่นเปียโนแบบรูบินสไตน์ไม่ได้ใช่ไหมครับ
-
ผมพยักหน้า
-
แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดผ่านกระจกโฮเวอร์คราฟท์เอ็กซ์เข้ามาในห้องโดยสารแสงนั้นแรงและเต็มไปด้วยรังสีคอสมิกจากอวกาศเสียจนมนุษย์ทั่วไปทนไม่ได้แต่วิลทนได้เขามองเข้าไปในลำแสงนั้นเขาไม่มีน้ำตาเพราะหุ่นยนต์ไม่จำเป็นต้องร้องไห้การร้องไห้จะรบกวนอารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์ผู้ผลิตจึงตัดปัญหาไม่ให้มนุษย์เกิดความรู้สึกเศร้าไปกับหุ่นยนต์จนต้องฟ้องบริษัทผู้ผลิตด้วยการไม่สร้างต่อมน้ำตาให้กับหุ่นยนต์วิลไม่ได้ร้องไห้เขาเพียงแต่สะอื้นแห้งๆ
-
เรามาถึงกัลเวย์ในตอนเย็นการเดินทางและรังสีคอสมิกทำให้ผมอ่อนเพลียแทบจะกรอบอากาศยังร้อนแม้ว่าจะเป็นตอนเย็นย่ำผมขอพักอยู่ในยานโฮเวอร์คราฟท์เอ็กซ์ก่อนปล่อยให้วิลวิ่งออกไปในทุ่งหญ้าบนที่ราบลาดลึกลงไปเป็นหน้าผมและต่ำลงไปอีกคือมหาสมุทรผืนมหึมาหน้าผาที่เคยลึกลิ่วยิ่งใหญ่นั้นบัดนี้สายน้ำสูงขึ้นจนกลายเป็นหน้าผมตื้นๆดูน่าตลกทุกอย่างบิดเบี้ยวผิดไปจากที่วิลเคยเห็นในหนังแม้จะผิดหวังแต่วิลก็สัญญาว่าจะอ่านบทกวีให้ผมฟังเมื่อดวงดาวขึ้นพราวฟ้าและอากาศเย็นกว่านี้ผมคิดถึงเพลงที่ผมจะร้องให้เขาฟัง
-
ผมคงหลับไปนานเพราะเมื่อรู้สึกตัวอีกครั้งผมเห็นแสงสว่างพร่างพราวของดวงดาวอยู่เต็มฟ้าคล้ายกับใกล้จนแทบคว้าได้ในความมืดและเสียงคลื่นผมใจหายผมไม่เห็นวิลเขาไม่ได้อยู่ในยานไม่ได้อยู่แถวๆนั้นผมเดินลงมาจากยานพยายามเขม้นมองหาแต่ไม่เห็นรอบตัวมีแต่ความมืดและแสดงดาวแสนสวยสง่างามก็ไม่ได้ช่วยส่องสว่างแม้จะหลับไปนานแล้วแต่ผมยังรู้สึกอ่อนเพลียอยู่ผมจึงตัดสินใจนั่งรอวิลอยู่ที่ยานแต่รอได้ไม่นานนักผมก็กระวนกระวายวิลไม่เคยห่างไปจากผมมีแต่ผมเท่านั้นที่ขอปลีกตัวอยู่คนเดียวในเวลาที่อยากอยู่คนเดียวแต่วิลไม่เคยห่างไปจากผมเขาไม่เคยห่างไปจากผม
-
ความกระวนกระวายขับผมออกจากยานผมเดินไปพร้อมไฟฉายอิเล็กโทรดในมือที่สว่างกว่าแสงดาวนิดเดียวผมเดินไปเรื่อยๆกลัวเพียงก้าวพลาดตกจากขอบผาลงไปในทะเลสีดำในทุ่งหญ้ากว้างใหญสวยงามนั้นเมื่อปราศจากซึ่งแสงเสียแล้วมันก็กลายเป็นนรกตะปุ่มตะป่ำทุ่งหญ้าไม่ได้มีแต่หญ้าทว่ายังซุกซ่อนไปด้วยพุ่มหนามพื้นสูงๆต่ำๆไม่เท่ากันทำให้ผมหัวคำมำหลายครั้งและครั้งหนึ่งผมถึงกับก้าวพลาดล้มลงไฟฉายหลุดจากมือกระเด็นไปผมพยายามกางฝ่ามือรองรับตัวไว้แต่ฝ่ามือของผมก็ปะทะเข้ากับหนามแหลมของพุ่มหนามจนเลือดไหลซึมออกมาจากมือทั้งสองข้างผมยันตัวลุกขึ้นยืนอีกครั้งและเซซังเดินต่อไปทั้งที่เจ็บฝ่ามือเหลือเกินแต่ผมจะต้องหาวิลให้พบแล้วผมก็เหยียบเข้ากับหนามใหญ่ของพุ่มไม้เตี้ยจนหกล้มครั้งที่สองหนามนั้นสอดทะลุรองเท้าแตะของผมแล้วฝังเข้าไปในฝ่าเท้าทั้งสองข้างจนมิดผมรู้สึกเสียบปลาบเมื่อชักเท้าออกจากหนามแล้วโขยกเขยกเดินต่อไปเลือดไหลออกมาจากทั้งมือและเท้า
-
วิลผมตะโกนเรียกชื่อเขาแต่สิ่งที่ตอบกลับมามีเพียงเสียงลมพัดใบหญ้าและพุ่มหนาม
-
แล้วผมก็พบเขา
14
วิลนั่งอยู่ในซอกหินเขาคล้ายไม่รับรู้ไม่ยินยลอะไรผมกรากเข้าไปถามเขาว่าเป็นอะไรเขาได้แต่ส่ายหน้าก่อนยกแผ่นป้ายที่คล้องคอให้ผมดู
-
ผมสูญเสียทุกสิ่งวิลบอกผมทำพังผมไม่อาจอ่านบทกวีภาษาเกลิกให้คุณฟังได้อีกแล้วทำไมผมถามเกิดอะไรขึ้นผมหยิบผ่านป้ายคล้องคอวิลขึ้นมาดูตรงตัวอักษรที่เขียนว่า AH1391568XIF นั้นมีรอยขีดหนาหนักคล้ายใครเอาตะปูโลหะกรีดลงไปเป็นรูปตัว L ผมอยากเป็นหุ่นยนต์ที่รักเป็นวิลพูดเขาเงยหน้าขึ้นมองผมผมอยากให้เขาเอาตัว XI ออกไปผมไม่อยากฉลาดมากนักสติปัญญาช่วยอะไรผมไม่ได้ผมแค่อยากมีความรักผมจึงเอาหินมาขีดตัว L ลงไปแต่ผมก็ทำพังเพราะผมพยายามมากเกินไปแผ่นป้ายมันแตกและลัดวงจรและผมไม่อาจมีความรักได้อีกตลอดกาลที่แย่ไปกว่านั้นความทรงจำและสติปัญญาทั้งหมดของผมที่เชื่อต่ออยู่กับแผ่นป้ายนี้ก็พังไปด้วยผมไม่มีบทกวีจะอ่านให้คุณฟังอีกแล้วผมคงไม่ได้ฟังคุณร้องเพลงใช่ไหมครับ
-
ผมนิ่งผมหยิบแผ่นป้ายขึ้นมาพิจารณาอีกครั้งมันแตกร้าวไปทั่วแผ่นและมีริ้วรอยเหมือนถูกคนเจ้าอารมณ์ขูดขีดมันด้วยความรู้สึกท่วมท้นบางอย่างมันพังแล้วและเมื่อแผ่นป้ายพังก็แปลว่าความทรงจำและสติปัญญาทั้งมวลของหุ่นยนต์จะสูญสิ้นไปด้วยเหมือนกับเมื่อคนเราใกล้จะตายแต่ยังไม่ตายเหมือนอยู่ในอาการกึ่งโคม่ากึ่งอัลไซเมอร์ไร้สติปัญญาไม่มีความทรงจำอาจเดินได้พูดได้และทำสิ่งต่างๆได้โดยไม่มีเจตจำนงใดๆตามโปรแกรมหลงเหลือยู่วิลเหลือเวลาอีกไม่นานนักก่อนจะเข้าสู่อาการที่ว่า
-
ไม่ผมได้แต่บอกฉันจะฟังเธออ่านบทกวีเธอจะต้องมีความทรงจำบางอย่างเหลืออยู่ฉันอยากฟังเธอพูดบทกวีนั่นหรือพูดอะไรก็ได้ผมดึงตัวเขาเข้ามาก่อนมีอยู่อย่างเดียวที่ดีครับวิลบอกเพราะเมื่อแผ่นป้ายพังผมจึงลืมไปแล้วว่าเพอร์เรียห์เล่นเปียโนยังไงผมอยากกลับบ้านไปเล่นเปียโนให้คุณฟังอีกบางทีเปียโนของผมอาจเหมือนที่คุณอยากฟังก็ได้มันอาจจะเหมือนหรือไม่เหมือนรูบินสไตน์ผมก็ไม่รู้แต่ก็ยังดีผมจะได้ลองทำอะไรอย่างที่ผมอยากทำไม่ต้องทำอะไรตามโปรแกรมแต่เพียงอย่างเดียวอย่าพูดอะไรผมบอกเขาอ่านบทกวีให้ฉันฟังเดี๋ยวนี้แล้วคุณจะร้องเพลงให้ผมฟังไหมเขาถามถ้าผมไม่เหลืออะไรแล้วแม้แต่อ่านบทกวีให้คุณฟังก็ยังทำไม่ได้
-
ผมได้แต่นั่งคิดผมมีเจตจำนงอะไรเป็นของตัวเองบ้างไหมก่อนฝนคูสคูสจะตกลงมาผมถูกสั่งให้เพิกถอนกระทั่งความรักเพศและวัยกีดกั้นผมจากความรักผมแก่เกินกว่าจะนอนเตียงเดียวกับเด็กผู้ชายผมเป็นผู้ชายจึงไม่ควรนอนเตียงเดียวกับเด็กผู้ชายพวกเขากล่าวหาและเพิกถอนความรักของผมออกไปผมมีอะไรต่างไปจากวิลบ้างไหมผมสูญเสียเจตจำนงของตัวเองไปแล้วแต่ผมไม่อยากสูญเสียวิลไปอีกวิลแปลว่าเจตจำนงไม่ใช่หรือผมตั้งชื่อให้วิลว่าวิลก็เพราะอยากให้เขาเป็นตัวแทนเจตจำนงที่ผมคิดว่าเป็นของตัวเองเจตจำนงที่จะไม่รักเด็กผู้ชายที่เป็นมนุษย์อีกถ้าผมอยู่ใกล้กับหุ่นยนต์ที่เป็นเด็กผู้ชายและทำใจให้ไม่รักเขาได้วันหนึ่งผมจะได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจกลับคืนมาผมจะร้องเพลงได้อีกครั้งแต่เจตจำนงนั่นเป็นเจตจำนงของผมจริงหรือถ้าผมอยู่กับวิลนอนกับเขาทุกคืนครบสามปีและปล่อยให้วิลถูกพรากไปจากผมได้โดยน้ำตาผมไม่ไหลและไม่เสียใจแปลว่าผมไม่ได้รักเขาและผมจะได้รับคำพิพากษาให้เป็นอิสระเส้นเสียงของผมจะสั่นได้อีกครั้งทรัพย์สินทั้งหมดจะเป็นของผมไม่ต้องถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ให้ผมอาศัยอยู่ได้แต่ขายไม่ได้เหมือนที่เป็นอยู่ถ้าผมร้องเพลงได้อีกผู้คนยอมรับผมอีกหนี้สินของผมทั้งหมดจะถูกปลดเปลื้องแต่ผมจะต้องอยู่กับวิลโดยไม่รักเขาวิลคือเจตจำนงแต่เขาคือเจตจำนงของใครต้องมีความผิดพลาดบางอย่างในแผ่นป้ายคล้องคอของเขาที่ทำให้เขาอยากจะรักทั้งที่ไม่มีตัว L อะไรบางอย่างจะต้องทำให้แผ่นป้ายคล้องคอของเขาทำงานผิดพลาดไปเป็นแน่
-
ผมมองดวงตาสุกใสของเขาดวงดาวร้อยพันดวงคล้ายสะท้อนแสงระยิบระยับอยู่ในนั้นแต่แสงดาวก็ไม่อาจสว่างเจิดจ้ามันสว่างได้อย่างมากก็เพียงเป็นประกายหม่นผมจึงเริ่มต้นร้องเพลงมันเป็นเพลงเก่าที่ครั้งหนึ่งผมเคยร้องด้วยเสียงสูงใสแต่บัดนี้เสียงของผมต่ำพร่าและแหบเครือด้วยวัย
-
มีสถานที่บางแห่งในหัวใจของเธอฉันรู้ว่ามันคือความรัก
สถานที่แห่งนั้นอาจสว่างไสวได้เสียยิ่งกว่าวันพรุ่ง
หากเธอพยายามจริงจัง
เธอจะรู้ว่าไม่มีความจำเป็นต้องร้องไห้
ในที่แห่งนั้นเธอจะรู้สึกได้ว่าไม่มีความปวดร้าวหรือเศร้าสร้อยใด
มีหลายเส้นทางทอดไปถึงที่นั่น
หากเธอรักในชีวิตมากพอ
จงสร้างสถานที่เล็กๆ
จงสร้างสถานที่ที่ดีกว่าขึ้น...
15
ผมร้องไม่จบเพลง
16
เช้าวันรุ่งขึ้นคูสคูสตกลงมามันไหลหายเข้าไปในแผ่นป้ายแตกร้าวที่ถูกขูดขีดประจุไฟปลาบแปลบมีแสงเรืองออกมาเล็กน้อยสว่างเท่าแสงดาวเหมือนมีอะไรลัดวงจรอยู่ข้างในผมนั่งมองคูสคูสที่เหลใสเหมือนน้ำค้างไหลต่อเนื่องเข้าไปในแผ่นป้ายนั้นพลางตั้งคำถามคูสคูสได้เปลี่ยนแปลงอะไรหลายอย่างบนโลกใบนี้ไปแล้ว
-
เป็นไปได้ไหมว่าอาหารของพระเจ้าจะเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างได้มากกว่านี้
-
ผมเงยหน้าขึ้นมองฝนคูสคูสร่วงหล่นลงไปในทะเลเงียบๆและรอคอยคำตอบนั้นอยู่ที่นั่น...ตามลำพัง
หมายเหตุ เอ็นทรี่นี้พิมพ์ขึ้นระหว่างตี3 ถึงตี5
-
ผมเพิ่งนึกออก เวลาของเรามันต่างกันนี่เนอะ
What time is it there?
edit @ 2007/01/06 07:21:55


#1 By rafilmstruck on 2007-01-06 08:51